วิธีจัดการ 4 กลิ่นอับ เหม็นติดแอร์ ขจัดกลิ่นแย่ๆ แบบนี้สิ คุณแม่ปลื้ม

Home / เทคนิคเรื่องบ้าน / วิธีจัดการ 4 กลิ่นอับ เหม็นติดแอร์ ขจัดกลิ่นแย่ๆ แบบนี้สิ คุณแม่ปลื้ม

ลมร้อนผะผ่าวมาเยือนไทยเราอย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่า Wi-Fi คือ ลมเย็นๆ จาก เครื่องปรับอากาศ แต่ยิ่งเปิด ทำไม ยิ่งมี กลิ่นอับ แถมมาด้วยล่ะ แล้วจะอยู่เย็นให้เป็นสุขได้อย่างไร เมื่อมีกลิ่นเหม็นอับมารบกวนทุกครั้งที่เปิดแอร์ มาจัดการกันที่ 4 สาเหตุของกลิ่นอับ ทั้ง 4 กลิ่นให้ตรงจุด แล้วเปิดแอร์ครั้งหน้า รับรองว่า ไม่ใช่แค่คุณแม่ปลื้ม แต่จะปลื้มปริ่มกันทั้งครอบครัวเลยทีเดียวค่ะ

กลิ่นอับ

1. กลิ่นอับ จาก ความชื้น
การเปิดเครื่องปรับอากาศนานๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง และ สับสวิตช์ปิดโดยทันที จะทำให้ความชื้นขังอยู่ในเครื่องปรับอากาศ โดยปกติแล้ว เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบไล่ความชื้นออกจากเครื่องเมื่อปิดการใช้งาน เพียงแต่ต้องใช้เวลาให้เครื่องได้ไล่ความชื้นออกเสียก่อน แล้วเราจึงค่อยสับสวิตช์ค่ะ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ จะมีฟังก์ชั่น Dry Mode ให้เลือกจาก รีโมท ซึ่งจะช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานโดยไม่สร้างความชื้น ช่วยลดแบคทีเรีย และ เชื้อราในเครื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับได้

นอกจากนี้ การล้างแอร์ จะสามารถช่วยไล่กลิ่นอับจากความชื้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากการล้างแอร์ด้วยช่างแอร์ทุกๆ 3 – 4 เดือนแล้ว เรายังสามารถล้างแอร์เบื้องต้นได้ด้วยตัวเราเองเช่นกัน เพียงเปิดฝาครอบแอร์ด้านหน้า และนำตะแกรงกรองฝุ่นมาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท ก่อนนำไปใส่ให้เข้าที่ก่อนเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศค่ะ

ล้างแผ่นกรองอากาศ

2. กลิ่นเหม็นเปรี้ยว
กรณีนี้มักเกิดขึ้นในเคสเครื่องปรับอากาศที่มีอายุการใช้งานมาหลายปี มีสาเหตุมาจากความชื้นที่ตกค้างอยู่ในท่อน้ำทิ้งที่มีความยาวเกินไปในแอร์คอนดิชั่นเนอร์และทำมุมคดเคี้ยวทำให้มีน้ำขังหลงเหลืออยู่ จนเกิดจุลินทรีย์หมักหมมกลายเป็นเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ทางแก้คือต้องพึ่งช่างแอร์ โดยการล้างแอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อราค่ะ และ พักการใช้งานแอร์ประมาณ 7 วันเพื่อให้ภายในเครื่องแห้งสนิท …เป็นการขจัดกลิ่นที่ตรงจุดมากที่สุดค่ะ

ทำกับข้าว

3. กลิ่นอาหาร
การเข้าครัวทำกับข้าว ภายในบ้าน ภายในคอนโด ถึงแม้จะอยู่คนละห้อง แต่ก็มักจะเกิดปัญหากลิ่นอาหารติดค้างอยู่ในแอร์ ซึ่งหนทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้คือ การระบายอากาศที่ดี เพื่อระบายกลิ่นอาหารออกไปจากภายในบ้านได้มากที่สุด ดังนี้

– ติดตั้งระบบระบายอากาศและเครื่องดูดควันภายในห้องครัว โดยเปิดเครื่องดูดควันทิ้งไว้สักประมาณ 10 นาที ล่วงหน้า ก่อน และ หลังทำอาหาร

– ขณะทำอาหารควรปิดประตูห้องข้างเคียงให้สนิทเพื่อป้องกันกลิ่นอาหารเข้าไปตกค้าง

– ขณะทำอาหารไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ เพราะแอร์จะดูดกลิ่นอาหารเข้าไปในเครื่อง

– พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้น้ำมันในการปรุงเพราะน้ำมันเป็นตัวการที่ทำให้กลิ่นฝังติดและซึมเข้าผนัง

– หลังทำอาหารเรียบร้อยทุกครั้ง ให้เช็ดทำความสะอาดห้องครัวด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เพื่อขจัดคราบและกลิ่นตกค้างที่เครื่องปรับอากาศอาจจะดูดเข้าไปในเครื่องได้

สูบบุหรี่

4. กลิ่นบุหรี่ กลิ่นควัน
ต่อให้สูบบุหรี่กันนอกบ้าน หรือ นอกห้อง แต่กลิ่นบุหรี่ก็ยังติดตัว หรือ ลอยเข้ามาปะปนในบ้านอยู่ดีค่ะ ซึ่ง กลิ่นบุหรี่มักสะสมและฝังลึกอยู่ในแผ่นกรองอากาศจึงควรหมั่นถอดแผ่นกรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาดอยู่เสมอ ด้วยแปรงสีฟันซี่เล็กๆที่สามารถซอกซอนทำความสะอาดได้ทั่วถึง จากนั้นผึ่งลมให้แห้งสนิท แล้วจึงนำกลับไปใส่ในตำแหน่งเดิม หากหลังจากการล้างแผ่นกรองอากาศแล้วยังมีกลิ่นบุหรี่หลงเหลืออยู่บ้าง ก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะกลิ่นบุหรี่จะค่อยๆ จางหายไปเอง

หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้หน้าร้อนของเรา อยู่เย็นเป็นสุข กันอย่างลงตัวในบ้านแสนสุขของเรามากขึ้นนะคะ