บ้านปลายเนินใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

Home / บ้านคนดัง / บ้านปลายเนินใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๖ ณ พระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๖๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมารดา คือ พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย และทรงเป็นต้นราชสกุล “จิตรพงศ์” เนื่องจากทรงมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจิตรเจริญ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงรับราชการเพื่อสนองพระเดชพระคุณตลอดมา ทรงดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีหลายกระทรวงทั้ง กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลัง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัง

ในปลายรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีพ.ศ. ๒๔๕๒ ทรงลาออกจากราชการเนื่องจากทรงประชวรด้วยโรคพระหทัยโตและโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง เจ้าพระยาเทเวศรวงษ์วิวัฒน์ ผู้ที่เป็นทั้งพระญาติและมิตร ได้ชักชวนให้พระองค์มาพักตากอากาศที่ตำบลคลองเตย พระองค์มาแล้วรู้สึกทรงพระสำราญ เนื่องจากที่นี่มีอากาศโปร่งบริสุทธิ์ พระองค์จึงทรงหาซื้อที่นาริมคลองมาแปลงหนึ่งและปลูกสร้างตำหนักจนแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๔๕๗ ในที่สุดพระองค์ทรงย้ายจากที่ประทับเดิม คือ วังท่าพระ (ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร) มาประทับที่ตำหนัก ณ ตำบลคลองเตย และทรงเรียกตำหนักที่ประทับนี้ว่า “บ้านปลายเนิน”

บ้านปลายเนิน
ตำหนักไทยไม้สักทอง

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงแม้พระองค์ทรงลาออกจากราชการมาประทับที่บ้านปลายเนิน แล้วก็ยังคงทรงงานสนองพระเดชพระคุณในงานช่างและงานประณีตศิลป์ต่างๆ อยู่เป็นนิจ รวมทั้งทรงงานฝีมือสำคัญต่างๆ จากห้องทรงเขียนที่บ้านปลายเนิน

ทางเสด็จ
ทางเสด็จ บ้านปลายเนิน
สองกษัตริย์ที่บ้านปลายเนิน ที่มาของชื่อเรียก …ทางเสด็จ

ในปีพ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชักชวนให้พระองค์กลับมารับราชการแผ่นดินจึงได้ทรงรับตำแหน่งเป็นอภิรัฐมนตรีที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เป็นอุปนายกราชบัณฑิตยสภา แผนกศิลปากร และพระองค์ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการราชวงศ์ มีหน้าที่สนองพระเดชพระคุณในพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ตำแหน่งสุดท้ายในงานราชการ คือ ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๖ จนตลอดรัชกาล
ในบั้นปลายของพระชนม์ ทรงประทับที่บ้านปลายเนินจนสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ณ ห้องบรรทม ที่ตำหนักตึกในบ้านปลายเนิน รวมพระชันษา ๘๓ ปี

ตำหนักตึก
ห้องบรรทมตั้งอยู่บนชั้นสองของตำหนักตึก

ในปีพ.ศ.๒๕๐๖ อันเป็นปีครบรอบ ๑๐๐ ปีการประสูติ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้ยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกประจำปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ นับเป็นบุคคลที่ ๒ ของไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

ในด้านชีวิตครอบครัว พระองค์ทรงมีพระชายา พระโอรสและพระธิดา ดังนี้
๑. หม่อมราชวงศ์ปลื้ม จิตรพงศ์ (ศิริวงษ์) มีพระธิดา คือ หม่อมเจ้าหญิงปลื้มจิตร จิตรพงศ์ (เอื้อย)
๒. หม่อมมาลัย จิตรพงศ์ ณ อยุธยา (เศวตามร์) มีพระโอรส คือ หม่อมเจ้าอ้าย และหม่อมเจ้าเจริญใจ จิตรพงศ์ (ยี่)
๓. หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์ (งอนรถ) มีพระโอรสและพระธิดา คือ หม่อมเจ้าสาม หม่อมเจ้าหญิงประโลมจิตร ไชยันต์ (อี่) หม่อมเจ้าหญิงดวงจิตร จิตรพงศ์ (อาม) หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ (ไส) หม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์ (งั่ว) และหม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ (ไ อ )

ปัจจุบัน บ้านปลายเนินเป็นที่อยู่อาศัยของพระทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ และยังเป็นสถานที่ตั้งของมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อมอบรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ หรือรางวัลนริศ เพื่อให้เกียรติและสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่ นิสิต นักศึกษาและนักเรียนจากทั่วประเทศ ในการศึกษา เรียนรู้ และวิจัยศิลปไทยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น คีตศิลป์ นาฏศิลป์ จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม มาเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปี เพื่อส่งเสริมศิลปินที่มีความรู้ความสามารถให้สืบสานงานศิลป์คู่กับแผ่นดินไทยต่อไป

บ้านเรือนไทย
สมเด็จครูที่ตำหนักไทย

ในวันที่ ๒๘ เมษายนของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ คือโอกาสที่ผู้ได้รับรางวัลนริศและคณะละครสมัครเล่นบ้านปลายเนินจะได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน

ผู้ได้รับรางวัลนริศในอดีตคือครูช่างในปัจจุบันและอาจเป็นศิลปินแห่งชาติต่อไป นักเรียนรางวัลนริศหลายคนได้กลับมาสู่บ้านปลายเนินเพื่อสอนรำไทย โขนและดนตรีเมื่อโอกาสอำนวย บุคคลตัวอย่างที่เราภาคภูมิใจ คือ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ นักเรียนรางวัลนริศที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดี คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ บ้านปลายเนินจึงเป็นสถานที่ส่งเสริมการอนุรักษ์องค์ความรู้ของครูช่างไทยโดยแท้
ทายาทบ้านปลายเนินเปิดตำหนักไทยให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ในวันที่ ๒๙ เมษายนของทุกปี และได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยวันนริศปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีประชาชนเดินทางมาชมตำหนักไทยมากกว่า ๒,๐๐๐ คน

เรือนละคร
เรือนละคร ต่อเติมเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สอนละคร สอนรำไทย
เรือนคุณย่า
เรือนคุณย่า

ทายาทรุ่นที่สี่ของสมเด็จครูวางผังแม่บทอนาคตของบ้านปลายเนินด้วยการจัดทำทะเบียนภาพแบบร่างฝีพระหัตถ์ของสมเด็จครู ศิลปวัตถุโบราณที่ทรงสะสม และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันส่วนพระองค์ อีกทั้งเตรียมการซ่อมแซมและอนุรักษ์อาคารสำคัญภายในบริเวณวังคลองเตย ได้แก่ ตำหนักไทย ตำหนักตึก เรือนคุณย่า และเรือนละคร ด้วยความตั้งใจว่าจะได้อนุรักษ์และปรับปรุงอาคารทั้งหมดเพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ และสถานที่อบรมที่สาธารณชนทั่วไปสามารถเข้าชมและศึกษาได้ในวันข้างหน้า
โครงการที่ได้เริ่มแล้วคือการซ่อมตำหนักไทย ทีมสถาปนิกอนุรักษ์ นำโดยดร.ยุวรัตน์ เหมะศิลปิน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฐิติวุฒิ ชัยสวัสดิ์อารี ทำงานร่วมกับรุกขกร นักออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ภูมิสถาปนิกและวิศวกรงานระบบระบายน้ำ ทุกคนตั้งใจที่จะทำให้เสร็จพร้อมจัดงานวันนริศในปี พ.ศ. ๒๕๖๒

ของใช้ส่วนพระองค์
ของใช้ส่วนพระองค์ ของสมเด็จครู
หัวโขน
โบราณวัตถุอันทรงคุณค่า
ของใช้ส่วนพระองค์ ของสมเด็จครู
โบราณวัตถุอันทรงคุณค่า
ของใช้ส่วนพระองค์
ของใช้ส่วนพระองค์
ผลงานของสมเด็จครู
ผลงานของสมเด็จครู แสดงถึงพระอัฉริยภาพด้านศิลปะ โดยมิได้เรียนรู้ หรือมีครูสอนมาก่อน*
ผลงานด้านศิลปะ
ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ  ทรงวาดถวาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในวันประสูติ**

ทายาทของสมเด็จครูทุกคนมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความดีงามผ่านกิจกรรมสำคัญต่างๆ ของบ้านปลายเนิน ด้วยความหวังว่า ทุกเรื่องราวของทุกองค์ประกอบทางกายภาพ เช่น ต้นไม้ใหญ่ สวนการแสดงละครดึกดำบรรพ์ แผ่นทางเดินหิน ตำหนักไทยไม้สักทอง ผลงานฝีพระหัตถ์อันทรงค่า และองค์ความรู้ในสรรพวิชาทุกแขนงจะมีชีวิตยืนยาวคงอยู่เป็นสมบัติของชาติไทยสืบไป

หมายเหตุ :

  • * ภาพพระอาทิตย์ชักรถ เป็นภาพเขียนเหมือนจริงโดยใช้ช่างอิตาลีเขียน บนเพดานในพระที่นั่งบรมพิมาน ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสเก็ตช์ภาพต้นแบบ รถพระอาทิตย์ทรงรถเทียมม้าด้วยทรงนำม้าจริงมาผูกไว้แล้วเขียนบิด perspective ให้เหมือนม้าลอยอยู่ในอากาศ ภาพนี้โดดเด่นด้วยการเทียมม้า 6 ตัวแต่มีล้อเพียงล้อเดียว
  • ** ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สมเด็จครูทรงตั้งพระทัยวาดถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงออกแบบกรอบและภาพด้วยองค์เอง แสดงให้เห็นว่าทรงกล้าคิดนอกกรอบโบราณ เนื่องจากเขียนพระวรกายพระอินทร์เป็นสีเรืองเขียวมีกล้ามเนื้อมิติชัดเจน ส่วนช้างเอราวัณก็แตกต่างจากช้างเอราวัณทั่วไป ด้วยช้างมีเศียรเดียว 4 งา เพื่อให้เข้าใจว่านี่คือ ช้างเทวดา