วิธีเก็บเงินแต่งงาน ให้มีแบบแผนที่มั่นคง

Home / กู้บ้าน, เรื่องทั่วไป / วิธีเก็บเงินแต่งงาน ให้มีแบบแผนที่มั่นคง

เมื่อคนสองคนคบหาดูใจกันจนเกิดเป็นความรักที่สุกงอม และมีความพร้อมที่ลงตัว คู่ชายหญิงที่รักกันแน่นแฟ้นมักตัดสินใจเลือกเดินทางเข้าสู่ประตูวิวาห์ เข้าสู่โหมดการสร้างครอบครัวใหม่ การสร้างครอบครัวใหม่ก็ต้องใช้องค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง เรื่องการเงินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หากทั้งคู่ร่วมกันวางแผนให้เหมาะสมก็จะสามารถช่วยเสริมสร้างความรัก และความมั่นคงก่อนถึงวันสำคัญนั้นได้ไม่น้อย วันนี้ Decor.Mthai จึงนำวิธีการ วิธีเก็บเงินแต่งงาน ให้มีแบบแผนที่มั่นคง มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ว่าแล้วเราไปดูวิธีกันเลย

วิธีเก็บเงินแต่งงาน ให้มีแบบแผนที่มั่นคง

วิธีเก็บเงินแต่งงาน

แผนขั้นที่ 1 แยกเงินส่วนตัวกับเงินของเราสองคน : คือแบ่งสรรเงินรายได้ในแต่ละเดือนของทั้งสองฝ่าย โดยจัดแบ่งเงินไว้ให้เพียงพอใช้จ่ายในรอบเดือนของแต่ละฝ่ายไว้คนละด้าน ส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายของแต่ละคนให้นำมาใส่กองกลางเป็น “เงินของเรา” โดยแต่ละคนให้คิดคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าช็อปปิ้ง ค่าปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทั้งจำนวนยอดเงินและรายละเอียดก็ได้ แล้วทั้งคู่ก็จะตกลงกัน

ส่วนที่สำคัญและจำเป็นต้องเปิดเผยก็คือ : ส่วนที่เรียกว่าเงินของเรา ทั้งคู่จะต้องรู้และมีตัวเลขแน่ชัดว่าแต่ละฝ่ายจะใส่เข้ามาเดือนละเท่าไร ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งสองฝ่ายก็ได้ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น หรือต้องแยกทางกัน เวลาต้องเคลียร์เงินคืนก็ยังพอจะมาขอหักคืนตามยอดของแต่ละเดือนคูณจำนวนเดือนได้

– วิธีง่ายๆ ที่จะทำตามแผนขั้นที่ 1 นี้ก็คือ : เปิดบัญชีธนาคารร่วมกันหนึ่งบัญชีโดยแจ้งธนาคารว่าการเบิกจ่ายจากบัญชีต้องใช้ลายเซ็นต์ร่วมของทั้งสองฝ่าย แม้จะไว้ใจกันขนาดไหนก็ตาม แต่ควรอุดช่องว่างไว้ให้เรียบร้อยล่วงหน้าการเปิดบัญชีโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถเซ็นเบิกจ่ายได้โดยลำพังเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำและควรหลีกเลี่ยงที่สุด

เก็บเงินแต่งงาน

แผนขั้นที่ 2 ตั้งเป้าหมายร่วมกัน : ลองร่วมกันตั้งเป้าหมายไว้คร่าวๆ ว่าหากได้เงินจำนวนเท่าที่วางแผนไว้แล้วจะนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เป้าหมายนั้นอาจเป็นทรัพย์สินหรือสิ่งของที่เป็นรูปธรรม เช่น บ้าน รถยนต์ ที่ดิน หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ไม่เป็นรูปธรรม อย่างเช่น เอาไว้ใช้ยามจำเป็น เอาไว้จัดฉลองช่วงเวลาพิเศษ ถ้าคิดคำนวณจากปริมาณเงินที่จะเก็บออมได้แล้วเห็นว่าไม่เพียงพอกับสรรพสิ่งที่ปราถนา ลองเปลี่ยนไปตั้งเป้าให้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งของที่ปราถนา เช่น เงินดาวน์บ้าน รถยนต์ ค่าเดินทางไปพักผ่อน เป็นต้น

– การตั้งเป้าหมายนี้เป็นเครื่องช่วยให้ทั้งคู่ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน : เป็นแรงขับดันให้มุ่งมั่นต่อไปยามที่มีอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็อย่าปล่อยให้เป้าหมายที่ตั้งไว้เองเป็นเครื่องบีบบังคับและสร้างความตึงเครียด เพราะมันจะกัดกร่อนบ่อนทำลายรากฐานความรักของทั้งคู่ไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

– ถ้าอยากจะสร้างความกระตือรือร้น : ลองหารูปภาพของสิ่งที่เป็นเป้าหมายมาติดตั้งไว้ในจุดที่สามารถมองเห็นได้บ่อย ๆ และชัดเจน เช่น รูปบ้าน รถยนต์ หรือสถานที่ที่อยากไป นอกจากนี้พยายามพูดถึงสิ่งที่เป็นเป้าหมายบ่อย ๆ ทั้งพูดกันเอง และพูดกับคนอื่น เพราะตามหลักจิตวิทยาบอกว่าการพูดถึงเป้าหมายเหมือนกับการสร้างพันธสัญญากับคนรอบข้าง ยิ่งผู้คนรับรู้มากเท่าไรความพยายามที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายก็ยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

เก็บเงินแต่งงาน

แผนขั้นที่ 3 กำหนดกรอบเวลา : เมื่อมีเป้าหมายแล้วก็น่าจะมีกำหนดเวลาไว้ด้วย เพื่อเป็นตัวกำหนดการสรุปจำนวนเงินในระยะเวลาที่วางแผนและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินการอื่นๆ ต่อไป

– กรอบเวลา : นี้น่าจะเป็นช่วงก่อนถึงวันแต่งงาน หรืออาจจะเป็นในวันแต่งงานก็ได้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หากเป้าหมายเป็นสิ่งใดที่จำเป็นต้องนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายก่อนวันแต่งงานก็ควรกำหนดกรอบเวลาให้ตรงตามการใช้นั้น แต่หากไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายอันใดก็กำหนดเป็นวันแต่งงานเลย ถือเป็นของขวัญวันแต่งงานอีกชิ้นหนึ่งที่ทั้งคู่ร่วมกันสรรหามามอยให้กันและกันเอง

ข้อสุดท้ายคือเงินจัดสรรเพิ่ม

งินจัดสรรเพิ่ม : เมื่อวางแผนการเงินก่อนการแต่งงานตามแผนทั้ง 3 ขั้นไปแล้ว ยังมีแผนเสริมพ่วงท้ายมาด้วย นั่นคือการจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษ ซึ่งเป็นผลจากการวางแผนการเงินก่อนการแต่งงาน โดยเงินส่วนนี้ไม่ได้กำหนดจำนวนที่แน่นอนลงไป เพราะเงินพิเศษนี้ทั้งคู่ยังไม่อาจคาดคะเนได้แน่ชัดว่าจะได้มาเมื่อไร จำนวนเท่าใด เนื่องจากไม่ได้มาจากรายได้ประจำของแต่ละคน แต่เงินจัดสรรเพิ่มนี้มาจาก

1. การช่วยกันเก็บเงิน อาจมาจากเศษสตางค์ย่อยที่เหลือทอนจากการใช้จ่ายปกติประจำวัน โดยแต่ละฝ่ายนำมารวบรวมไว้ในกระปุก ถึงรอบเดือนหนึ่งอาจจะนำมาเปิดสักครั้งแล้วนำไปใส่รวมไว้ในส่วนที่เป็นเงินเราสมทบเข้าไปอีก จะช่วยให้เงินเราเพิ่มขึ้น

2. การลดค่าใช้จ่าย แม้ว่าในขั้นตอนการวางแผนทั้งคู่จะกำหนดวงเงินที่แต่ละฝ่ายจะใช้จ่ายในแต่ละเดือนไปแล้ว แต่นั่นเป็นการประเมินจากการใช้จ่ายเดิมเป็นประจำทุกเดือน โดยที่ยังไม่ได้คิดหาหนทางประหยัด ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สามารถตัดทอนลดลงได้ เช่น ค่าใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแพ็กเกจให้ถูกลงตามปริมาณการโทร ค่าใช้จ่ายในการกินข้าวกับเพื่อน เป็นต้น

3. การใช้จ่ายให้ลงตัว หากใช้จ่ายให้ลงตัวตามแผนที่วางไว้ ก็อาจจะมีส่วนที่เหลือเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนคงไม่ลงตัวพอดีเป๊ะกับจำนวนเงินที่จัดแบ่งไว้สำหรับแต่ละฝ่ายเป็นแน่ นอกจากนี้หากไม่จำเป็นต้องไปดึงเอาเงินจากส่วนอื่นที่จัดสรรไว้แล้ว ทั้งส่วนจัดเก็บเป็นเงินเรา และส่วนที่แต่ละฝ่ายกันไว้ใช้ของตนเอง การใช้จ่ายให้ลงตัวก็เป็นตัวช่วยให้แผนการที่วางไว้สำเร็จสมบูรณ์ง่ายขึ้น

ข้อควรคำนึงสิ่งที่ควรระวังที่สุดคือ : อย่าให้แผนการเงินก่อนการแต่งงานนี้มาเป็นตัวล้มการแต่งงานเสียเอง หากเกิดความขัดแย้งขึ้น ดังนั้นไม่ควรจะจริงจังกับแผนเกินไปนัก หากเห็นว่าไปต่อไม่ไหวให้กลับมาปรึกษากันใหม่ และเปิดใจพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ดีอย่าลืมคำนึงถึงตัวเอง ทั้งด้านสุขภาพ ความเครียด และสภาพคล่องในการใช้จ่ายแต่ละเดือนด้วย อย่าบีบตัวเองจนเกินไปนัก

 

ขอบคุณภาพ : http://lovemydress.net
credit : formumandme.com

Newlywed couple together.