วางแผน รีไฟแนนซ์บ้าน ไปพร้อมๆ กับขอสินเชื่อบ้านลดดอกเบี้ยได้จริงหรือ

Home / กู้บ้าน / วางแผน รีไฟแนนซ์บ้าน ไปพร้อมๆ กับขอสินเชื่อบ้านลดดอกเบี้ยได้จริงหรือ

เพื่อนๆ หลายๆ คนคงกำลังเครียดเรื่องดอกเบี้ยผ่อนบ้านอยู่ใช่มั้ยค่ะ วันนี้ Decor.Mthai มีทางออกมาเสนอค่ะ นั้นก็คือ การวางแผน รีไฟแนนซ์บ้าน ไปพร้อมๆ กับการขอสินเชื่อบ้านปกติ เพื่อเป็นการช่วยลดดอกเบี้ยในการผ่อนชำระบ้านของเพื่อนๆ ว่าแต่วิธีการจะเป็นอย่างไรนั้น มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

วางแผน รีไฟแนนซ์บ้าน ไปพร้อมๆ กับขอสินเชื่อบ้านลดดอกเบี้ยได้จริงหรือ

วางแผน รีไฟแนนซ์บ้าน ไปพร้อมๆ กับขอสินเชื่อบ้านลดดอกเบี้ยได้จริงหรือขอบคุณภาพ : totalmortgage.com

โดยปกติแล้วตัวกำหนดค่าผ่อนจ่ายบ้านในแต่ละเดือนขึ้นอยู่กับ สภาพคล่องทางการเงินความสามารถในการผ่อนชำระ, วงเงินในการกู้ซื้อบ้าน ,ระยะเวลาผ่อน และอัตราดอกเบี้ยนั้นเองค่ะ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะต้องผ่อนจ่ายแต่ละเดือนเป็นเงินเท่าไหร่ และตัวกำหนดสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงนั่นก็คือ “ดอกเบี้ย” ดอกเบี้ยจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน

เหตุผลที่ทำให้หลายคนตัดสินใจรีไฟแนนซ์

mortgage-refinance

ขอบคุณภาพ : fhmtg.com

เหตุผลที่ทำให้หลายคนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ : ก็เพราะว่า เมื่อคุณผ่อนบ้านไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว หมดโปรโมชั่นช่วงแรกที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น 0% นาน 3 เดือน, 6 เดือน ธนาคารมักจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวตามอัตราดอกเบี้ย MLR หรือ MRR เช่น MLR-1.5% ในปีที่ 2 และ MLR-0.5% ในปีที่ 3 เป็นต้น ทั้งนี้ค่า MLR และ MRR ขึ้นอยู่กับแต่ธนาคารเป็นตัวกำหนด ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นกว่าช่วงแรก ดังนั้นคุณจึงมีภาระในการชำระดอกเบี้ยมากกว่าเดิมนั่นเอง

วางแผนการรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมๆ กับการขอสินเชื่อบ้านปกติ

mortgage-refinanceขอบคุณภาพ : nstarmortgage.com

1. เพื่อลดตัวภาระ หรือลดอัตราดอกเบี้ย นั่นเอง : การวางแผนรีไฟแนนซ์มีประโยชน์ที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้มากทีเดียว ลองมาคำนวณกันแบบง่ายๆ เช่น หากคุณมียอดหนี้สินเชื่อบ้านคงเหลือ 2.5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคือ 7% หลังการรีไฟแนนซ์แล้วดอกเบี้ยใหม่ที่ได้รับเท่ากับ 2% อัตราดอกเบี้ยต่างกัน 5% คิดเป็นเงินเท่ากับ 125,000 บาท (คิดแบบไม่แยกหักต้นหักดอก) เป็นแสนบาทเลย และที่สำคัญหากคุณวางแผนการรีไฟแนนซ์ที่แน่นอนไว้แล้ว เช่น กำหนดไว้ว่า 3 ปีจะรีไฟแนนซ์ และหาข้อมูลของแต่ละธนาคารไว้ เมื่อครบกำหนดคุณก็สามารถดำเนินการได้ไม่ต้องรีรอใดๆ เพราะจะไม่เป็นการเสียโอกาสยิ่งช้า คุณก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้น และดอกเบี้ยในแต่ละปียังขึ้นลงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ และความมั่นคงของแต่ละธนาคารที่ปล่อยอัตราดอกเบี้ยออกมาในแต่ละรอบ ดังนั้นถ้าคุณมีการวางแผนที่ดี คุณก็จะไม่พลาดอัตราดอกเบี้ยถูกๆ ที่ช่วยประหยัดเงินได้เป็นแสนๆ เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นควรคิดเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติแล้วดอกเบี้ยที่ลดลงควรมากกว่า 3% ขึ้นไปถึงจะคุ้มค่ากับการรีไฟแนนซ์ แต่ต้องอย่าลืมว่า การรีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่าย ควรพิจารณาให้ดี คุ้มค่าหรือไม่ ก่อนการตัดสินใจ เพราะถ้าไถ่ถอนสัญญากู้ก่อนกำหนดจะเสียค่าปรับในการไถ่ถอน 2-3% ของวงเงินกู้สินเชื่อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารกำหนด

2. เพื่อลดค่างวดการผ่อนชำระในแต่ละเดือน : ข้อนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงดังนั้นค่างวดในการผ่อนชำระจึงลดลงตามไปด้วย เช่น สินเชื่อกู้ซื้อบ้านครั้งแรกเท่ากับ 3.5 ล้านบาท ผ่อนชำระเดือนละ 28,000 บาท แต่ทำการรีไฟแนนซ์ยอดสินเชื่อคงเหลือเท่ากับ 2.5ล้านบาท เหลือผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาท เห็นไหมช่วยลดค่างวดในการผ่อนชำระในแต่ละเดือนไปได้ถึง 8,000 บาทเลย

3. เพื่อขยายวงเงินกู้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้านได้ : หากถ้าในอนาคตบ้านของคุณเป็นทำเลทอง ที่ดินราคาสูงขึ้น มีการคมนาคมที่สะดวกขึ้น BTS, MRT เข้าถึง สะดวกสบายแล้ว การวางแผนรีไฟแนนซ์จะช่วยให้คุณได้รับวงเงินกู้ที่มากขึ้นสามารถนำเงินส่วนต่างมาใช้ ประโยชน์ในด้านการซ่อมแซมบ้าน หรือการต่อเติมบ้านได้ เพราะเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วการผ่อนชำระระยะยาว 20-30 ปี บ้านย่อมเสื่อมโทรม ชำรุดไปตามกาลเวลา ดังนั้นการวางแผนรีไฟแนนซ์จึงเป็นข้อดีในการวางอนาคต เพื่อหาเงินก้อนมาซ่อมบำรุงบ้าน หรือจับจ่ายใช้สอยด้านอื่นๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางการเงินด้านอื่นได้ค่ะ

ขอบคุณบทความดีๆ  : imoneythailand.com