ดอกเบี้ยลอยตัว กับดอกเบี้ยคงที่ ในการขอสินเชื่อบ้านต่างกันอย่างไร

Home / กู้บ้าน / ดอกเบี้ยลอยตัว กับดอกเบี้ยคงที่ ในการขอสินเชื่อบ้านต่างกันอย่างไร

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปทำความเข้าใจกับเรื่อง ดอกเบี้ยลอยตัว กับดอกเบี้ยคงที่ ในการขอสินเชื่อบ้านต่างกันอย่างไรค่ะ เพื่อนๆ ที่กำลังจะตัดสินใจขอสินเชื่อบ้านหลายท่านคงจะไม่เข้าใจว่า ดอกเบี้ยลอยตัว กับดอกเบี้ยคงที่ ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มทุนมากที่สุดใช่มั้ยคะ วันนี้เราจึงนำคำตอบมาให้เพื่อนๆ ได้ลองคิดกันดูว่าดอกเบี้ยแบบไหนถึงจะเหมาะกับเรามากที่สุด

ดอกเบี้ยลอยตัว กับดอกเบี้ยคงที่ ในการขอสินเชื่อบ้านต่างกันอย่างไร

ดอกเบี้ยลอยตัว กับดอกเบี้ยคงที่ ในการขอสินเชื่อบ้านต่างกันอย่างไรขอบคุณภาพประกอบ : romans.co.uk

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ : มักอยู่ในลักษณะร้อยละต่อปี ซึ่งผู้ให้กู้ เช่น ธนาคาร หรือบริษัทเรียบเก็บจากผู้กู้เพื่อเป็นผลตอบแทนจากการให้กู้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีหลายประเภท หลายอัตรา โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับประเภทของเงินกู้หรือสินเชื่อ ซึ่งในที่นี้ผู้ให้กู้หมายถึง สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Non-bank

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ขอบคุณภาพประกอบ : gobankingrates.com

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate) :  อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เป็นตัวเลขเฉพาะ ไม่ขึ้นหรือลงตามต้นทุนของสถาบันการเงิน คงที่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้หรือในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น กำหนดให้ชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี เราก็จะเสียอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่มีเพิ่มไม่มีลดแต่อย่างใด

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate)

best-mortgage-interest-rates-01ขอบคุณภาพประกอบ : thefrazierteammortgages.com

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) : อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินจะประกาศออกมาเป็นคราวๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เช่น MLR MOR MRR จะต่างกับดอกเบี้ยคงที่ เพราะจะมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามเศรษฐกิจค่ะ

MLR MOR และ MRR คืออะไร

MLR MOR และ MRR : อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ใช้อ้างอิงในการเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากลูกค้า ซึ่งมีลักษณะเป็นดอกเบี้ยลอยตัว

MLR (Minimum Loan Rate) :  อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ

MOR (Minimum Overdraft Rate) : อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี

MRR (Minimum Retail Rate) : อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ข้อควรรู้เกี่ยวกับดอกเบี้ย

Interest-Mortgage

ขอบคุณภาพประกอบ : bestequities.com

–  อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ แบงก์ชาติบังคับเป็นกฎเลยว่า แต่ละธนาคารจะต้องติดประกาศให้ชัดเจนที่สำนักงานใหญ่ และสาขาของแต่ละธนาคาร รวมถึงในเว๋บไซต์ของแต่ละธนาคารนั้นๆ แต่หมายเหตุไว้นิดนึงว่า กฎของแบงก์ชาติไม่ได้บังคับใช้กับธนาคารรัฐ

–  อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะไม่เท่ากัน เนื่องจากต้นทุนของแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน ต้นทุนที่เกี่ยวข้องของแต่ละธนาคารอาจจะขึ้นอยู่กับปริมาณเงินสำรอง จำนวนหนี้เสีย และสภาพคล่องของธนาคารนั้นๆ เป็นต้น
–  ลูกค้าสองคนเดินเข้าไปหาธนาคารเดียวกันเพื่อขอกู้สินเชื่อเหมือนกัน แต่อาจจะได้อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ นั่นเป็นเพราะธนาคารมองความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคนไม่เท่ากัน

ข้อมูลเบื้องต้นได้เรียบเรียงมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจขอสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยเรียกได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรศึกษาให้ดีเพราะถ้าตัดสินใจพลาดเราอาจจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิตก็ว่าได้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ธนาคารแห่งชาติ ( http://www.1213.or.th/)