เป็น ผู้ประกอบการรายย่อย SME กู้บ้าน ยังไงให้ผ่านฉลุย ?

Home / กู้บ้าน / เป็น ผู้ประกอบการรายย่อย SME กู้บ้าน ยังไงให้ผ่านฉลุย ?
SME กู้บ้าน ผู้ประกอบการรายย่อย สินเชื่อบ้าน

ทุกวันนี้ตัวเลขหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่าร้อยละ 80 ต่อ GDP ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ กู้บ้าน ในปัจจุบันเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินต่างมองว่า ความสามารถในการชำระคืนหนี้ของประชาชนลดน้อยลง สวนทางกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการยืนยัน จากคุณกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ได้กล่าวว่า ตัวเลขสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อช่วงครึ่งปีแรกจะมีอัตราอยู่ที่ ร้อยละ 20-30 ก็ตามโดยประเมินว่าตัวเลขสินเชื่อช่วง 6 เดือนแรกของปี จะมีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านล้านบ้าน และภายในครึ่งหลังของปีจะมีอัตราการขยายตัวต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 10

แนะนำ ผู้ประกอบการรายย่อย กู้บ้านยังไงให้ผ่านฉลุย

 

“สินเชื่อบ้านกลายเป็นสินเชื่อที่สำคัญที่สุดของธนาคาร กลายเป็นธุรกิจหลังซึ่งทำให้ ระบบธนาคารอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่งมากขึ้น ถ้าดูตัวเลขเฉยๆ สินเชื่อเพิ่มขึ้น และขณะนี้จากไตรมาสแรกสินเชื่อคงค้างประมาณ 2.9 ล้านล้าน ผมก็เชื่อว่าภายในไตรมาสสองนี้สินเชื่อบ้านน่าจะเกิน 3 ล้านล้าน เชื่อว่าครึ่งปีหลังในภาคสินเชื่อ น่าจะยังมีการเจริญเติบโตพอสมควร ถ้าดูไตรมาส แรกเพิ่มกว่าปีที่แล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าทั้งปีก็อยู่ระหว่าง 5-10 เปอร์เซ็นต์” คุณกิติได้กล่าว

โดยประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยมองว่าปัจจัยที่ส่งผลให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยมีอัตราการขยายตัว มาจากอัตราดอกเบี้ยที่มีคงตัวอยู่ในระดับต่ำ ราคาที่อยู่อาศัยลดลง ประกอบกับมีเรื่องการแข็งขันใน เรื่องของแคมเปญ และโปรโมชั่นต่างๆ จากเหล่าผู้ผลิต

“แบงก์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อที่จริงเป็นเรื่องปกติ คิดว่าแบงก์เองก็อยากปล่อยสินเชื่อแข็งกันอยู่แล้วอันนี้เป็นธรรมดา แต่การเข้มงวดหรือไม่เข้มงวดนี้อยู่ที่ฐานะผู้กู้เอง ปัจจัยที่สำคัญ

1. ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ
2. ราคาบ้านลดลง
3. การแข่งขันของผู้ผลิตบ้านรุนแรงมากขึ้น
4. คนที่ใช้เงินออมหันมาลงทุนกับธุรกิจนี้เยอะขึ้น เพราะมองเห็นโอกาส ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่าธุรกิจอสังหาฯ และสินเชื่ออยู่ในภาวะขยายตัวพอสมควร” คุณกิติกล่าว

แนะนำ ผู้ประกอบการรายย่อย กู้บ้านยังไงให้ผ่านฉลุย

กู้บ้าน

 

ด้านตัวแทนจากสถาบันการเงิน พิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และธุรกิจรายย่อย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องการยื่นขอสินเชื่อว่าหลักประกัน หรือแม้ทรัพย์สินปลอดภาระต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ที่ไม่มีหนังสือรับรองเงินเดือนรวม ถึงความพร้อมในเรื่องของการจัดการภาระหนี้สิน หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อเครดิตบูโร

 

บ้าน

 

“เตรียมเอกสารให้ครบ ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน คือสเตทเม้นต์ย้อนหลังการเอาเงินเข้า พร้อมสลิปเงินเดือน แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการ แบงก์ส่วนใหญ่ก็จะดู จากสเตทเม้นต์ แต่ถ้าสมมติบอกว่าไม่เคยเดินสเตทเม้นต์มาก่อนเลยเป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ และอาจจะเป็นพวก ร้านค้าที่รับเงินสด อาจจะไม่ต้องแสดงสเตทเม้นต์ ให้แสดงทรัพย์สินปล่อยภาระ ให้ดูว่าที่ผ่านมาเราทำมาค้าขายมาแล้วประมาณ 10 ปี 20 ปี 5 ปี เรามีกำไร  กำไรนั้นเราเอาไปทำอะไร เช่น เอาไปส่งลูกเรียน ส่งพ่อแม่ สร้างบ้านให้พ่อแม่ หรือ ไปซื้อทรัพย์สิน ปลอดภาระ มีโฉนดที่ดิน มีรถยนต์ปลอดภาระ อันนี้แจ้งแบงก์ได้ทุกอย่างเลยนะคะ และบอกเลยว่าเราไม่มีภาระแล้ว เราพร้อมจะมีบ้าน ให้ระวังเรื่องภาระหนี้ส่วนตัว และประวัติใน NCB ขอให้ลูกค้ารักษาเครดิตในประวัติ การกู้ของท่าน ถ้าเครดิตที่ผ่านมาไม่เคยมีภาระมากมาย หรือหนี้เสียกับสถาบันการเงินใดวันนี้ก็สามารถจะกู้บ้านได้” คุณพิกุลกล่าว

ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการยืนขอสินเชื่อจะต้องตรวจสอบภาระหนี้สินของตัวเองก่อนประเมินว่าตัวคุณเองนั้น ชำระหนี้คืนได้หรือไม่ก่อนที่จะเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อมเพื่อการยืนขอสินเชื่อของคุณ จะได้ไม่ถูกทิ้งไว้กลางทาง