สวนแบบไหน ที่ใช่สำหรับบ้านคุณ?

Home / สวนของฉัน / สวนแบบไหน ที่ใช่สำหรับบ้านคุณ?

ค้นหาวิธีต่างๆ สำหรับการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่สีเขียวของคุณกันเถอะค่ะ
เชื่อว่าทุกคนคงชื่นชอบการทำสวน แต่มันช่างเป็นงานใหญ่เสียเหลือเกินในการทำสวนแต่ละครั้ง แล้วสวนแบบไหนที่จะเหมาะกับบ้านของคุณ หรือรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณกัน แล้วจะต้องปลูกอะไรดีระหว่างดอกไม้ สมุนไพร หรือพืชผักสวนครัว และจะต้องทำสวนแบบทางการ แบบชนบทดี แล้วเราจะต้องปลูกที่ระเบียงหรือในสวนกันดีนะ นี่เป็นคำถามบางข้อของ Annette Gutierrez (ผู้ร่วมก่อตั้ง Potted ซึ่งเป็นร้านออกแบบและร้านค้าสำหรับตกแต่งสวนในลอสแอนเจลิส) ที่ได้ทำการระดมความคิดร่วมกับลูกค้าที่ต้องการแปรสภาพสนามหญ้าของเขาให้เป็นสวนที่เต็มไปด้วยสีสันของต้นไม้ และกลายเป็นที่มาของแนวคิดของ Annette ในการแปรสภาพพื้นที่นอกบ้านให้เป็นสวนที่เต็มไปด้วยความสดชื่นมีชีวิตชีวา

สวนแบบไหน ที่ใช่สำหรับบ้านคุณ?

สวนแบบไหน ที่ใช่สำหรับบ้านคุณ?

1. สวนแบบคอนเทนเนอร์
นี่เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการเปลี่ยนสภาพเฉลียง ระเบียง หรือพื้นที่ว่างด้านข้างสำหรับสร้างพื้นที่ดึงดูดสายตาของผู้ชมให้ได้มากที่สุด :

  • ปลูกต้นไม้เป็นจำนวนเลขคี่: 3, 5 หรือ 7
  • เล่นระดับความสูง: ระดับต่ำ ระดับปานกลาง ระดับสูง
  • ใช้ขนาดที่แตกต่างกัน: ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่
  • เลือกใช้สีที่สว่างสดใดสำหรับกระถางขนาดเล็กที่สุด

สำหรับต้นไม้ที่เป็นฐานด้านล่าง ควรใช้สีโทนกลางๆ และเพิ่มสีสว่าง โดยให้เลือกใช้กระถางสีส้ม สีเหลืองเขียวมะนาว หรือแดงเข้มสักหนึ่งกระถาง และ Annette ได้กล่าวไว้ว่า “ให้คุณลองจินตนาการดูว่ากระถางที่มีขนาดใหญ่จะเปรียบเสมือนโซฟาและกระถางขนาดเล็กๆ ก็จะเป็นเหมือนหมอน” การที่ใช้กระถางสีแดงโดดเด่นขึ้นมาหนึ่งกระถางจะทำให้มันดูน่ามองมากกว่า แต่มันจะไม่น่ามองเลยถ้ามีมากกว่าหนึ่งกระถาง!

สวนแบบไหน ที่ใช่สำหรับบ้านคุณ?

ภาพจาก www.goodshomedesign.com

2. การจัดสวนแบบแนวตั้ง
มีใครบางไหมที่เคยมองสวนที่จัดในลักษณะแนวตั้งตามกำแพง แล้วไม่หันกลับมามองอีกครั้งหนึ่ง สำหรับสวนในลักษณะแนวตั้งจะเป็นการเติมสีสัน ลวดลาย และที่ดูแปลกตาให้กับพื้นที่ขนาดเล็กได้ ดังนั้น คุณสามารถนำกระถางพวกไม้ประดับหรือสมุนไพร รวมถึงดอกไม้ หรือพืชสวนครัวต่างๆ ไปแขวนในบริเวณที่มีขนาดเล็กได้ในทุกแห่ง และในช่วงเดือนที่มีสภาพอากาศอบอุ่น คุณก็สามารถปลูกผักสลัดสีเขียวหรือผักที่ใช้ทานได้อีกด้วย การดูแลกระถางขนาดเล็กสำหรับส่วนในแนวตั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ง่าย เพราะคุณจะใช้เวลาในการรดน้ำวันละหนึ่งครั้งเท่านั้น ดังนั้น มันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการทำสวนแต่มีเวลาจำกัด

3. ทางเดิน
ปกติแล้วเราไม่คิดว่าทางเดินเป็นสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ Annette ได้บอกเอาไว้ว่า เราควรจะ “ทำให้ทางเดินเข้าประตูบ้านนั้นเป็นเรื่องที่แสนสำคัญเรื่องหนึ่ง!” โดยให้คุณเริ่มจัดวางกระถางต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ไว้ตามริมทางเดินเข้าประตูบ้านด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่ก็ให้วางไว้บริเวณข้างของเก้าอี้ม้านั่งในสวน เพราะนั่นจะทำให้บ้านของคุณมีเสน่ห์ เชิญชวนให้บรรดาแขกที่มาเยี่ยมเยียนรู้สึกอยากเข้ามาภายในบ้านในทันที และยังทำให้สวนหน้าบ้านฟื้นคืนกลับมามีชีวิตชีวาอีกด้วย

นอกจากนี้ คุณยังสามารถดอกไม้ที่เน้นสีสันสดใส ต้นหญ้าที่มีความสูงได้ระดับ หรือไม่ก็ต้นไม้ขนาดเล็กที่ดูแล้วเข้ากับสภาพอากาศของพื้นที่ที่คุณอาศัยประดับทางเดินเข้าบ้านได้ด้วย

Dog-in-Garden-24

ภาพจาก www.charlierandallpetfoundation.org

4. สวนที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณ
คุณไม่จำเป็นที่จะไปกีดกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยสี่ขาของคุณเข้ามาในสวน คุณสามารถวางแผนให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีความสุขไปกับสวนของคุณได้! ให้คุณลองสร้าง “ทางเดินสำหรับสุนัข” ที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับให้เจ้าสี่ขาวิ่งเล่นได้ โดยใช้รั้วกั้นข้างหนึ่งและใช้กระถางต้นไม้หรือพุ่มไม้เป็นรั้วอีกข้างหนึ่ง Annette แนะนำว่าให้สร้างรั้วที่มีช่องว่างเพียงพอให้เจ้าสี่ขามองเห็นบริเวณด้านนอกได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องไปกังวลว่าสวนของคุณจะกลายเป็นบ้านพักของเหล่าบรรดาสุนัขหรอกค่ะ นอกจากนี้ คุณยังสามารถออกแบบให้สวนของคุณดูสวยสะกดสายตาของคนภายนอกได้ และยังเป็นสถานที่สำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณและยังเป็นที่พักผ่อนได้อีกด้วยนะคะ

5. การจัดแสง
Annette กล่าวว่า “แสงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก” และ “คุณไม่ควรมองข้ามสิ่งต่างๆ ที่ปรากฎภายใต้แสงไฟเส้นหนึ่ง” Annette จะบอกให้เราทราบว่าไม่ควรใช้แสงที่จ้ามาก หรือมีความสว่างหรือมีประกายเจิดจ้ามากเกินไปสำหรับบริเวณรับประทานอาหารหรือพักผ่อน แต่ควรใช้ไฟหรี่แทนเพราะความสว่างของไฟหรี่จะดูอบอุ่นเหมือนมีมนต์สะกดขึ้นมาในทันที

  • ให้ใช้แสงไฟแต่ละเส้นพันล้อมโคนต้นไม้
  • หรือแขวนไว้กับราวรั้ว
  • หรือวางไว้รอบกระถาง
  • หรือไม่ก็แขวนด้านบนโต๊ะทานอาหารหรือร่ม

6. ห้องนอกอาคาร
ทุกคนต้องการห้องใช้สอยเพิ่มมาอีกสักห้องในบ้าน และคุณอาจมีพื้นที่ว่างในสวนของคุณที่จะสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ตามความต้องการของคุณได้ เพราะฉะนั้น ให้คุณลองคิดดูสิคะว่าพื้นที่ว่างนอกบ้านนั้น คุณจะใช้เป็นส่วนใด:

  • ห้องทานข้าว
  • ห้องนั่งเล่น
  • ห้องของเล่นเด็ก
  • ห้องนั่งสมาธิหรือห้องโยคะ

สิ่งของจำพวกร่มและเก้าอี้นั้นมักจะมีอยู่แล้วในสวน แต่สิ่งแรกที่คุณอาจต้องนำมาก็คือ พรม และ Annette ได้แนะนำไว้ว่า “พรมจะเป็นตัวระบุขอบเขตของพื้นที่นั้นได้อย่างชัดเจน และนอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกถึงการใช้สอยได้อีกด้วย” หลังจากที่คุณนำพรมและเฟอร์นิเจอร์ไปวางแล้ว ก็ให้ลองคิดวิธีการจัดวางพื้นใช้สอยของบริเวณโดยรอบของ “ห้อง” นั้นจะทำได้อย่างไรบ้าง อาทิเช่น นำดอกกุหลาบไปเรียงวางไว้สักหนึ่งแถว นำต้นลาเวนเดอร์ที่มีกลิ่นหอมมาประดับสักต้น หรือจะใช้ไม้ยืนต้นที่มีสีสันสดสวยเพื่อเรียกเหล่าผีเสื้อให้เข้ามาในบริเวณนั้นก็ได้เช่นกัน

garden-work-station

ภาพจาก www.goodshomedesign.com

7. รูปแบบของสวน
บางคนจะชื่นชอบสวนที่ไม่ได้มีการตกแต่งที่เรียบร้อยมากนักและมีของตกแต่งประดับประดาอยู่มากมาย แต่บางคนก็ชื่นชอบสวนที่ถูกตกแต่งด้วยพุ่มไม้วางเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ คุณสามารถเลือกรูปแบบสวนในแบบที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะการคัดเลือกต้นไม้และของประดับในสวนตามรูปแบบสไตล์ที่เป็นคุณชื่นชอบ สำหรับวิธีการในการค้นหารูปแบบของสวนที่คุณชื่นชอบก็คือ การที่คุณได้เดินชมสวนของเพื่อนบ้าน แล้วสังเกตว่าสวนลักษณะไหนที่คุณถูกใจมากที่สุด ซึ่งอาจจะเป็น:

  • สวนที่จัดแบบทางการหรือแบบธรรมชาติป่าเขา
  • สวนพฤกษศาสตร์หรือสวนกุหลาบ
  • สวนสมุนไพรหรือพืชผักสวนครัว
  • สวนที่ต้องการการดูแลรดน้ำน้อย (Xeriscape)

เมื่อคุณเลือกรูปแบบของสวนได้แล้ว ก็สามารถจัดสวนตามแบบนั้นๆ ได้ในทันที สำหรับ Annette เมื่อเริ่มต้นลงมือจัดสวนแล้ว เธอจะลองแบ่งพื้นที่ออกไปเพื่อจะได้มองเห็นว่าการออกแบบบนพื้นที่จริงจะมีลักษณะเป็นอย่างไร และเธอยังกล่าวไว้ด้วยว่า “การออกแบบบนกระดาษแผ่นหนึ่งไม่ได้ให้เรามองเห็นมิติของสวนที่แท้จริงที่เกิดขึ้นได้” ดังนั้น ให้คุณลองแบ่งพื้นที่จริงด้วยอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย จำพวก ท่อ เชือก กล่อง พรม หรือไม่ก็ชอล์ก นอกจากนี้ รูปแบบของสวนที่คุณเลือกไว้ก็จะเป็นตัวกำหนดพันธุ์ไม้และความสุนทรียภาพของสวนตามที่คุณต้องการได้ สำหรับการออกแบบบนพื้นที่จริงจะทำให้เห็นว่าคุณควรจะจัดวางอะไรตรงบริเวณใด Annette ยังกล่าวไว้อีกว่า “การใช้ชีวิตอยู่นอกอาคารก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับการใช้ชีวิตภายในอาคาร” ดังนั้น คุณจะต้องวางแผน และจัดวางสิ่งต่างๆ ภายในสวนตามรูปแบบสไตล์ที่คุณชื่นชอบและเข้ากับความเป็น “บ้าน” ของคุณด้วยเช่นกัน และอย่าลืมประดับด้วยแสงไฟหรี่… และพรมด้วยนะคะ

ข้อมูลจาก http://www.everydaymethailand.com/