ปลูกมะลิในกระถาง ทำง่าย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด !

Home / สวนของฉัน / ปลูกมะลิในกระถาง ทำง่าย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด !

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไป ปลูกมะลิในกระถาง ไว้ประดับบ้านวันแม่ กันค่ะ ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์แทนวันแม่ การปลูกดอกมะลิมีด้วยกันสองวิธีคือปลูกในกระถางกับปลูกในแปลงปลูก แต่วิธีที่เราจะนำเสนอวันนี้คือวิธีปลูกดอกมะลิในกระถางเพื่อไว้ประดับบ้านค่ะ

ปลูกมะลิในกระถาง ไว้ประดับบ้านวันแม่

ปลูกมะลิในกระถาง ไว้ประดับบ้านวันแม่

การปลูกดอกมะลิไว้ในกระถางนอกกจาก จะนำไปให้แม่ในวันแม่ได้แล้ว ยังเป็นของแต่งบ้านที่สวยเก๋ เพิ่มบรรยากาศในบ้านให้มีกลิ่นหอมอบอวลไปทั้งบ้านเลยนะคะ

พันธุ์มะลิมีด้วยกัน 12 พันธุ์

White Jasmine Flower

1. มะลิลา : ต้นมีลักษณะเป็นพุ่ม ใบเป็นรูปไข่ ขอบเรียบ สามารถออกดอกได้เกือบตลอดทั้งปี แต่จะออกดอกมากในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 3 ดอก ดอกกลางบานก่อน กลีบดอกชั้นเดียว ปลายกลีบมน ดอกมีสีขาว กลิ่นหอม

2. มะลิลาซ้อน : ต้น ใบ และอื่นๆ คล้ายกับมะลิลามาก แต่ใบมีขนาดใหญ่กว่า ออกดอกเป็นช่อ ๆ ละ 3 ดอก มีกลิ่นหอม และดอกกลางบานก่อนเช่นกัน แต่มะลิลาซ้อนจะมีดอกซ้อนกันประมาณ 3-4 ชั้น ปลายกลีบมน ดอกมีขนาดประมาณ 3 – 3.5 เซนติเมตร

3. มะลิถอด : ลักษณะโดยทั่วไปทั้งต้น ใบ การจัดเรียงของใบและรูปแบบของใบจะคล้ายกับมะลิลาซ้อน แต่ใบของมะลิถอดจะเป็นคลื่นและใหญ่กว่า ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 3 ดอก ดอกจะซ้อนกันมากกว่าคือ 3-6 ชั้น ดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอมมาก ขนาดดอกประมาณ 2.5-3.5 เซนติเมตร

4. มะลิซ้อน : ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายมะลิถอดและมะลิลาซ้อน แต่ใบจะมีลักษณะแคบกว่า ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 3 ดอก กลีบดอกจะซ้อนกันมากกว่า 5 ชั้น และแต่ละชั้นจะมีกลีบดอกตั้งแต่ 10 กลีบขึ้นไป ดอกมีสีขาว และมีกลิ่นหอมมาก ขนาดดอกประมาณ 3-4  เซนติเมตร

5. มะลิพิกุลหรือมะลิฉัตร : ลักษณะโดยทั่วๆ ไปคล้ายกับมะลิทั้งสี่ชนิดที่กล่าวมาแล้ว ใบคล้ายมะลิซ้อน และมีคลื่นเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 3 ดอก กลีบดอกจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ เห็นได้ชัดเจนมีลักษณะคล้ายฉัตร จึงมักเรียกว่า มะลิฉัตร ดอกมีสีขาว กลิ่นหอม ดอกมีขนาดเล็กเท่าดอกพิกุลคือมีขนาดประมาณ 1-1.4 เซนติเมตร

6. มะลิพวง : ลักษณะลำต้นเป็นไม้พุ่ม มีขนที่บริเวณกิ่งอ่อนและกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ ลักษณะใบและรูปแบบของใบ ตลอดจนการจัดเรียงของใบจะคล้ายกับมะลิชนิดอื่นๆ แต่ที่ใบจะมีขนเห็นเด่นชัดออกดอกเป็นช่อแน่น ดอกสีขาว กลิ่นหอมมาก กลีบดอกมีชั้นเดียว กลีบดอกเล็กยาวและปลายแหลม ขนาดดอกประมาณ 3-4.5 เซนติเมตร

Macro Arabian jasmine

7. มะลิเลื้อย : เป็นมะลิที่มีลักษณะลำต้นเลื้อยไปตามพื้นดินลำต้นยาวประมาณ 1 ฟุต ขนาดของใบเล็กกว่ามะลิพันธุ์อื่นมาก

8. มะลิวัลย์หรือมะลิป่า : เป็นไม้เถาเลื้อยพาดไปตามต้นไม้หรือขึ้นร้านจึงนิยมปลูกตามซุ้มต่างๆ ใบมีขนาดเล็กและยาวกว่ามะลิอื่น กิ่งเรียบไม่มีขน ใบเป็นใบเดี่ยว ใบเรียบเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 3 ดอก ดอกมีสีขาวและกลิ่นหอมเย็น มีกลีบดอกชั้นเดียว กลีบดอกมีขนาดเล็กเรียวยาว

9. มะลิเขี้ยวงูหรือมะลิก้านยาว : เป็นไม้เลื้อย แตกกิ่งก้านมากและไม่มีขน สามารถเกิดเป็นต้นใหม่ได้โดยไม่ต้องตอนก็ได้ เพียงแต่โน้มกิ่งลงไปแตะพื้นดินชุ่มชื้นก็จะแตกรากและกลายเป็นต้นใหม่ได้ ใบออกเป็นช่อคล้ายใบแก้วแต่บางกว่า ออกดอกเป็นช่อ ๆละ 3 ดอก ก้านดอกเป็นหลอดสีแดงอมม่วง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอมจัดเป็นพันธุ์ที่ใช้กลั่นทำน้ำหอม

10. มะลิทะเล : ลักษณะเป็นต้นแกมเถา คล้ายต้นเฟื่องฟ้า ออกดอกเป็นกระจุกๆ กระจุกหนึ่งมีประมาณ 5-6 ดอก ดอกมีกลิ่นหอมฉุน

11. พุทธชาด : เป็นไม้รอเลื้อย ใบเป็นแบบใบเดี่ยว แต่ใบด้านล่างจะลดขนาดลงมากจนมีลักษณะคล้ายหูใบ ใบมน กิ่งเปราะ ออกดอกเป็นช่อแน่นมาก ออกดอกที่ปลายกิ่งและข้างกิ่ง ดอกมีสีขาว ขนาดดอกเล็กกว่ามะลิอื่นๆ คือมีขนาดดอกกว้างที่สุดไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร ก้านดอกยาว มีกลีบดอก 7 กลีบ ปลายกลีบมน ดอกมีกลิ่นหอมแรงมาก และออกดอกได้ตลอดปี

12. ปันหยี : เป็นไม้เลื้อย ลักษณะเถากลมเป็นมัน ใบเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบด้านบนเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบจางกว่าเล็กน้อย ใบหนาและแข็ง ออกดอกเป็นช่อ ดอกมีสีขาว กลีบดอกชั้นเดียวแต่มีขนาดใหญ่ กลีบดอกกว้างและมน ขนาดดอกประมาณ 4-4.5 เซนติเมตร กลิ่นไม่หอม

วิธีปลูกต้นมะลิในกระถาง

jasmine flower

 

การปลูกในกระถาง : เพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด 8-14 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1: 1 :1 ผสมดินปลูก และนำกิ่งมะลิมาปักชำ การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การแยกกอ วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การปักชำ การตอน ควรเปลี่ยนกระถางปีละครั้งเพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไป และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

ใกล้วันแม่แล้ว เรามาลองปลูกมะลิในกระถางไว้มอบให้แม่กันดูนะคะ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเป็นของแต่งบ้านที่มีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :  สำนักงานเกษตรอำเภอเขาคิชฌกูฏ