วิธีปลูก 8 พันธุ์ไม้ดอก งามๆ ดีต่อใจ ในช่วง หน้าร้อน

Home / สวนของฉัน / วิธีปลูก 8 พันธุ์ไม้ดอก งามๆ ดีต่อใจ ในช่วง หน้าร้อน

ในช่วงหน้าร้อน ร้อนจนชวนให้หงุดหงิดอย่างนี้ สิ่งดีๆ ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง คือ พันธุ์ไม้ดอก งามๆ ที่ออกดอกเบ่งบานสะพรั่ง ในช่วงเดือนเมษายน ประเทศเมืองหนาว เค้ามีซากุระออกดอกบานสะพรั่ง ฝั่งเมืองร้อน (ที่ร้อนมาก) อย่างไทยเราก็ไม่จำเป็นต้องไปอิจฉา ถึงเราจะไม่มีต้นซากุระ หรือ  ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ให้วิ่งเล่น แต่ เราก็มีไม้ดอกงามๆ อีกมาก ที่ชอบแดดเปรี้ยงๆ  ทนแดดได้ดี ปลูกง่าย ทนโรค แถมไม่ต้องดูแลมาก พูดง่ายๆ ว่า สวยและถึก แถมเบ่งบานในช่วงนี้ให้ชุ่มชื่นสายตา ดีต่อใจไม่แพ้ต้นไม้ไหนๆ ในโลกเหมือนกัน จะมีไม้ดอกชนิดไหนบ้าง และมีวิธีการปลูกอย่างไร มาดูกันค่ะ

ชมพูพันธุ์ทิพย์
1.ชมพูพันธุ์ทิพย์

หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ ตะเบบูญ่า ต้นกำเนิดของตะเบบูญ่าอยู่ที่แถบประเทศสเปนค่ะ เป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศแอลซัลวาดอร์ โดย หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร นางสนองพระโอษฐ์ของพระนางเจ้ารำไพพรรณี เป็นผู้นำเข้ามาเพาะปลูกในไทยเรา ในปี พ.ศ. 2500 และเปลี่ยนชื่อเป็น ชมพูพันธุ์ทิพย์ โดยหลวงบุเรศรบำรุงการ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้ามาปลูกนั่นเอง ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ชมพูพันธุ์ทิพย์ จะผลิดอกบานสะพรั่ง ซึ่งถูกปลูกเรียงตลอดแนวยาวริมถนนหนทางในไทยเรา สร้างทัศนียภาพที่น่าตื่นตา ไม่แพ้ต้นซากุระในญี่ปุ่น เลยทีเดียว  แต่โดยมากมักไม่นิยมปลูกไว้ในรั้วบ้าน เนื่องจากรากจะชอนไชจนอาจทำลายตัวบ้านและรั้ว ทำให้ต้องใช้พื้นที่เยอะ เพื่อปลูกให้ห่างจากตัวบ้าน  และยังเป็นภาระในการเก็บกวาดดอกไม้ที่ร่วงในปริมาณมาก ทำให้ต้องขยันเก็บกวาด

หากต้องการปลูกในรั้วบ้าน ควรเว้นพื้นที่โดยรอบไว้ประมาณ 4 เมตรขึ้นไป สามารถเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการน้ำปานกลาง ควรปลูกในที่มีแสงทั้งวัน

มะลิ
2. มะลิ
มะลิเป็นไม้ไทยที่ให้กลิ่นหอมเย็นสดชื่น สามารถปลูกได้จากการเพาะกิ่ง โดยวิธีคัดเลือกกิ่งพันธุ์มะลิที่ดี สังเกตได้จาก ตามหลักมะลิจะออกดอกตามข้อ เขาจะแทงช่อดอกออกมาจากหูใบ ฉะนั้นถ้าเป็นมะลิที่ข้อถี่มากๆ ยิ่งให้ดอกดี ยิ่งแตกดอกเก่ง

   วิธีปลูกมะลิ 
พรวนดินให้ละเอียด และปรับหน้าดินให้เรียบ ถ้าเป็นบริเวณที่เป็นดินเหนียว ควรยกร่องปลูกเพื่อให้มีการระบายน้ำดี พื้นที่ปลูกต้องเป็นที่โล่งแจ้งเพราะมะลิต้องการแสงแดดมากและจะออกดอกได้มากเช่นกัน

การเตรียมดิน
ดินต้องร่วนซุยระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารสมบูรณ์ หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำควรมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์

เทคนิคให้มะลิออกดอกได้ดี 
มะลิชอบดินชื้นๆ ดังนั้นต้องพยายามรักษาความชื้นให้เหมาะสมและคงที่อยู่ตลอด บางพื้นที่ปล่อยดินแห้งมากๆ แล้วจึงรดน้ำ แม้จะทำให้มะลิออกดอกดี แต่จะออกดอกดกเพียงครั้งเดียว แล้วหยุดหรือแผ่วหายไป

สุพรรณิการ์

3.สุพรรณิการ์

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นสุพรรณิการ์ไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะต้นสุพรรณิการ์โบราณเรียกว่า ต้นปาริชาติ คือ ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกไว้ตามวิหารของพระเจ้าในสมัยพุทธกาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เป็นต้นไม้ที่มีค่าสูงเปรียบเสมือนทองคำ บ้างก็เรียกว่า ต้นฝ้ายคำ ซึ่งดอกมีสีเหลืองทองคำ ชูช่อขึ้นฟ้า คนทั่วไปจึงยกย่องสรรเสริญว่าเป็นดอกไม้คู่ฟ้า ดังนั้นจึงเป็นไม้มงคลนาม

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นสุพรรณิการ์ไว้ทางทิศใต้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้น เหมาะแก่การปลูกในปีระกา เพราะต้นฝ้ายคำเป็นต้นไม้ประจำปีระกา ถ้าผู้อาศัยในบ้านเกิดในปีระกาด้วยแล้วก็จะเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น

วิธีการปลูกต้นสุพรรณิการ์
ขุดหลุมปลูกขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2  ผสมดินปลูก
ต้นสุพรรณิการ์ เป็นต้นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นปานกลาง ดังนั้น ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง ในปริมาณน้ำปานกลาง  ใช้ปุ๋ยคอกหรือ ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 4-6 ครั้ง

 

ต้นคูน
4.ต้นคูน หรือ ราชพฤกษ์

เป็นไม้มงคล มักนำไปใช้ในพิธีปลูกบ้าน, พีธีเสาไม้หลักเมือง คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นราชพฤกษ์ไว้ประจำบ้านจะช่วยให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเพราะคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่าต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าสูงและยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วยนอกจากนี้คนไทยโบราณเชื่ออีกว่าใบของต้นราชพฤกษ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะในพิธีทางไสยศาสตร์ให้ใบทำน้ำพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ได้ผลดีดังนั้นจึงถือว่าต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลนาม

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี้การปลูก ต้นคูนซึ่งเป็นไม้ยืนต้นในทิศนี้ของตัวบ้าน จะช่วยบังแดดในตอนบ่ายให้ตัวบ้านได้อีกด้วย ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือและเป็นผู้ประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

วิธีการปลูกต้นคูน
ต้นคูน เป็นไม้ยืนต้นที่ ดูแลง่าย ไม่ค่อยมีโรค แล้งทนได้ ไม่กลัวร้อน ชอบแสงแดดจัดๆ  ดังนั้นจึงควรปลูกไว้กลางแจ้ง ต้นคูนชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว  7-10 วันค่อยรดน้ำต่อครั้ง ในปริมาณน้ำน้อยได้ วิธีดูแล ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 3-4 ครั้ง

เฟื่องฟ้า

5.เฟื่องฟ้า
ต้นเฟื่องฟ้าชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี  ดินต้องมีค่าเป็นกรดเล็กน้อย โดยมีค่า pH อยู่ระหว่าง 5.5 และ 6.0 คุณสามารถปรับค่า pH ในดินได้โดย ในกรณีที่ต้องการ เพิ่มความเป็นด่าง ให้เติมปูนขาวลงในดินเพื่อเพิ่มค่า pH และหากต้องการเพิ่มความเป็นกรดในดิน ให้เติมกำมะถันเพื่อลดค่า pH  ตามความจำเป็น

วิธีปลูกต้นเฟื่องฟ้าในกระถางต้นไม้
ต้องเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำเยอะๆ เลือกใช้ดินที่ถูกผสมมาแล้วให้มีค่า pH ที่เหมาะสม ขุดหลุมให้ลึกพอสำหรับรากของต้นเฟื่องฟ้า เติมปุ๋ยที่มีฟอสเฟตสูงลงไปในหลุม ปุ๋ยนี้จะช่วยให้รากงอกได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยให้ออกดอกได้มากขึ้นด้วย ยกต้นเฟื่องฟ้าออกจากกระถาง พรมน้ำใส่ก้อนดินที่ติดมากับรากเล็กน้อยก่อนวางลงในหลุม จากนั้นตักดินกลบปิดหลุม ตั้งไว้กลางแจ้ง เพราะเฟื่องฟ้าเป็นต้นไม้ชอบแดดจัดๆ ในช่วงที่ออกดอก ระวัง งดรดน้ำโดนดอก และไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก จะทำให้ดอกไม่ดก เพราะเฟื่องฟ้าเป็นพืชทนแล้งได้ดี

ในกรณีที่ต้องการให้ต้นเฟื่องฟ้าเลื้อยเกาะกำแพงหรือระแนง คุณต้องปลูกต้นเฟื่องฟ้าไว้ใกล้โครงสร้างนั้นๆ และในช่วงที่ต้นเฟื่องฟ้ากำลังโต คุณก็ต้อง “ฝึก” ให้มันเลื้อยเกาะโครงสร้างดังกล่าว โดยการพันกิ่งเฟื่องฟ้ารอบฐานโครงสร้างนั้นอย่างเบามือ

ชบา

6.ชบา

ถือเป็นต้นไม้มงคลด้วยความเชื่อที่ว่าจะให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค  ต้นชบาเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดดมาก ต้องการน้ำพอประมาณ เป็นไม้ที่ปลูกได้ง่ายสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ไม่ควรให้ดินเปียก หรือแฉะเกินไป การดูแล ให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ต้นชบาสามารถปลูกได้หลายวิธีการโดย

ปักชำ เตรียมกิ่งชำขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ลิดใบออกบางส่วน เพื่อลดการคายน้ำ ตัดส่วน โคนในแนวเฉียงและกรีดตามยาวประมาณ 2 เซนติเมตร 2-3 รอยที่โคนกิ่ง วัสดุชำมักใช้ทรายผสมกับขี้เถ้า- แกลบปริมาณเท่าๆ กัน ปักกิ่งชำในแนวเฉียงเล็กน้อย แต่ละกิ่งห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร นำไปไว้ในกระบะพ่นหมอกหรือใสุ่งพลาสติกประมาณ 2 สัปดาห์กิ่งชำจะออกราก ย้ายปลูกลงในกระถางหรือถุงต่อไป วิธีนี้จะได้ต้นจำนวนมาก

เสียบยอด นิยมใช้พู่ระหง ชบา หรือชบาด่างเป็นต้นตอ เนื่องจากมีความแแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวดล้อม เลือกต้นตอที่มีลำต้นตรง ลิดใบออกบางส่วน ตัดยอดออก แล้วใช้มีดผ่าลงกลางรอยตัดยาวประมาณ 3 เซนติเมตร สำหรับกิ่งพันธุ์ต้องมีตา 2-3 ตา ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เฉือนโคนทั้งสองด้านเป็นรูปลิ่ม รอยเฉือน ด้านหน้ายาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เสีบยลงบนต้นตอให้รอยแผลทาบกันสนิทดี พันพลาสติกจากล่างขึ้นบน ให้แน่น หลักจากนั้น 2-3 สัปดาห์ แกะพลาสติกตรวจดูรอยแผล วิธีนี้จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ดีที่เจริญเร็ว

ติดตา นิยมใช้วิธีนี้เมื่อกิ่งพันธุ์มีจำนวนน้อย วิธีทำก็เช่นเดียวกับการติดตาพืชทั่วๆ ไป โดยจะใช้เวลาประ มาณ 2 สัปดาห์หลังการติดตาจึงแกะพลาสติกออก หรือเมื่อเห็นว่าตาที่ติดเริ่มเติบโตงอกงาม

ลีลาวดี
7.ลีลาวดี
ลีลาวดี หรือ ลั่นทม เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดด ทนต่อความแห้งแล้ง ไม่ชอบน้ำมาก บางบ้านอาจถือเรื่องโชคลาง เพราะชื่อ ลั่นทม หมายถึงความระทมทุกข์  ถือเป็นไม้อัปมงคล คนไทยสมัยก่อนจึงไม่ค่อยนิยมปลูกไว้ในบ้าน

ลีลาวดีจะเจริญเติบโต ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงหากไม่ได้รับแสงแดดเต็มที ก็จะไม่ออกดอก แต่บางพันธุ์ก็ไม่ต้องการแสงแดดจัดในช่วงบ่าย

ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่ายไม่เหมาะที่จะใช้ในการปลูก เพราะจะทำให้รากเน่าได้ ดินควรมีปริมาณอินทรียวัตถุที่เหมาะสม สามารถดูดยึดความชื้นได้ดี ในขณะเดียวกันต้องมีการระบายน้ำได้ดี การให้น้ำ ในการปลูกลงดินให้น้ำแต่น้อย ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นอากาศด้วย ถ้าอากาศร้อนแห้งแล้ง ก็ต้องให้น้ำบ่อยกว่าปกติ

ต้นตะแบก

8.ต้นตะแบก  ไม่ค่อยมีโรค เป็นต้นไม้ที่ทนโรคได้ดี

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นตะแบกไว้ประจำบ้านจะทำให้มีฐานะสูงขึ้น และมีความมั่นคง แข็งแรง เพราะ แบก คือ การแบกไว้ไม่ให้ตกสามารถยกขึ้นไว้ให้สูงไม่ให้ตกต่ำ ดังนั้นจึงมีแรงมาก บางคนก็เรียกต้องตะแบกว่าเสลาหมายถึง ความแข็งแรง แข็งแกร่งเหมือนกับหิน นอกจากนี้ยังมีคนโบราณเรียก ต้นตะแบก ว่า อินทนิล อันมีความหมายว่า พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์มากช่วยคุ้มครองปวงชนทั้งโลก ดังนั้น ต้นตะแบกจึงเป็นต้นไม้มงคล

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นตะแบกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือและเป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดี ก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

การปลูก
นิยมปลูกลงในแปลงปลูก เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดิน ถ้าปลูกบริเวณบ้านหรืออาคาร ควรให้มีระยะห่างที่เหมาะสมเพราะตะแบกเป็นต้นไม้ที่ทรงพุ่มโต ต้นตะแบกต้องการแสงแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้ง การดูแลรดน้ำในปริมาณปานกลาง โดย 5 – 7 วัน ต่อการรดน้ำ 1 ครั้ง