วิธีปลูก ดอกพิทูเนีย พันธุ์แปลก สวยดึงดูดสายตา ราวกับทางช้างเผือก

Home / สวนของฉัน / วิธีปลูก ดอกพิทูเนีย พันธุ์แปลก สวยดึงดูดสายตา ราวกับทางช้างเผือก

ขอเอาใจคนรักต้นไม้ พรรณไม้สายไม้ดอก ไม้ประดับให้แช่มชื่นจิตใจกันเสียหน่อย เมื่อบนโลกกลมๆ ใบนี้ มีไม้ดอกอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ที่งดงามและแตกต่างกันด้วยรูปทรง สีสัน และ ขนาด แต่ก็มีไม้ดอกไม่กี่ชนิดนักหรอกที่จะโดดเด่นและแตกต่าง หลายๆ คนคงเคยเห็น ดอกพิทูเนีย กันมาบ้าง เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกแขวนกระถาง เพราะดูแลง่าย ให้ดอกเยอะ และดอกมีขนาดใหญ่ฟู่ฟ่า โดดเด่น แต่สายพันธุ์ที่เราจะแนะนำในวันนี้คือ สายพันธุ์ Night Sky Petunia  ที่มีกลีบดอกสีม่วงและจุดด่างสีขาวเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่จะเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจน

ดอกพิทูเนีย

ดอกพิทูเนีย

ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์สำหรับสายพันธุ์นี้คือ Petunia cultivars ซึ่งช่อดอกจะมีความงดงามที่คล้ายกับท้องฟ้าในคืนที่มีดาวพร่างพราย จึงได้ชื่อสามัญว่า Night Sky Petunias โดยสายพันธุ์นี้จะมีลำต้นสูงถึง 16 นิ้ว และมักจะเบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และ ฤดูร้อน ทำให้เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักจัดสวนและคนรักไม้ดอก

จัดสวน

จัดสวน

แล้วปลูกอย่างไรจึงจะได้ลายนี้ เว็บไซต์ Burpee แนะนำว่า อุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างเวลากลางวัน และ เวลากลางคืนจะทำให้เกิดจุดด่างสีขาวขึ้นบนกลีบ  ดังนั้นการปลูกให้ได้ลายเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้อบอุ่นสัก 100 องศาฟาเรนไฮต์ และ ลดอุณหภูมิในยามกลางคืนเหลือเพียง 50 องศาฟาเรนไฮต์ ก็จะทำให้เกิดจุดด่างสีขาวตามกลีบได้ค่ะ

จัดสวน

จัดสวน

ข้อดีในการปลูกพิทูเนีย
1. พิทูเนีย เป็นไม้หลายฤดู (แม้ว่าขณะนี้ จะนิยมปลูกเป็นไม้ฤดูเดียว) ที่มีความทนทาน มีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวกว่าไม้ดอกล้มลุกอื่น ๆ

2. การย้ายกล้าพิทูเนียทำได้ง่ายกว่าไม้ดอกชนิดอื่น ๆ

3. สามารถทำให้ฟื้นได้ง่ายและเร็วกว่าไม้ดอกชนิดอื่น หรือแม้ว่าบานดอกไปชุดหนึ่งแล้ว ตัดแต่งและเลี้ยงดูใหม่ก็ยังเจริญเติบโตและให้ดอกชุดต่อไปอีกได้

4. ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนแฉะหรือชื้นมาก

ต้นไม้

ดอกไม้

ต้นพิทูเนีย สามารถปลูกได้ 2 วิธีให้เลือกดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ใช้เมล็ดปลูก
เมล็ดของพีทูเนียมีขนาดเล็กมาก คือประมาณ 185,000-200,000 เมล็ดต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ แล้วแต่พันธุ์ เนื่องจากขนาดเมล็ดค่อนข้างเล็กมาก ฉะนั้นจึงต้องใช้ความ ระมัดระวังเป็นอย่างมาก ที่จะเพาะเมล็ดให้ได้ต้นเต็มตามจำนวนที่ควรจะได้

ดินที่ใช้สำหรับเพาะเมล็ดจะต้องเป็นดินค่อนข้างจะละเอียด สะอาด และปราศจากเชื้อโรค ใช้ทรายก่อสร้างที่ร่อนแล้วผสมกับปุยมะพร้าว (ที่นำเอาเส้นใยไปใช้แล้ว เหลือเฉพาะปุ๋ย) ในอัตราส่วน 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วผสมน้ำให้ชื้นพอประมาณ ไม่ถึงขั้นแฉะนะคะ

กระบะที่ใช้เพาะเมล็ด จะใช้ลังเก่า หรือตะกร้าพลาสติคโปร่ง ๆ ก็ได้ค่ะ บรรจุทรายที่ผสมกับปุ๋ยมะพร้าว และเคล้ากับน้ำให้ชื้น แล้วใส่ลงไปในกระบะประมาณ 2/3 เกลี่ยให้ผิวหน้าเรียบเสมอกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วทำร่องตามยาว ลึกประมาณ 1/2 ซม. โดยให้ร่องห่างกันประมาณ 1 นิ้ว (จะได้ประมาณ 7-8 ร่องต่อกระบะ) นำเมล็ดที่จะเพาะประมาณ 500 เมล็ด ผสมกับทรายที่ร่อนแล้วประมาณ 2 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ หยอดเมล็ดลงไปตามร่องที่ทำไว้ทั้ง 7-8 ร่อง ให้แต่ละร่องได้รับเมล็ดเท่า ๆ กัน เสร็จแล้วกลบร่องด้วยทราย และปุยมะพร้าวที่ผสมไว้แล้วตบเบา ๆ ด้วยท่อนไม้เล็ก ๆ เช่น แปรงลบกระดานดำ รดน้ำด้วยฝักบัวที่มีหัวละเอียด ๆ จนเปียก ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษอะไรก็ได้ โดยให้ขนาดของกระดาษเท่ากับกระบะหรือตะกร้าพอดี (ไม่ใหญ่จนเหลือเป็นขอบกระดาษขึ้นมา หรือเล็กจนปิดทรายปุยมะพร้าวไม่มิด) แล้วรดน้ำไปบนกระดาษจนเปียก และรดน้ำเช้า – เย็นต่อไปอีก 3-4 วัน หลังจาก 3 วันไปแล้ว ก่อนจะรดน้ำ ควรเปิดกระดาษออกสำรวจดูว่า เมล็ดพิทูเนียงอกทั่วกันหรือยัง ถ้ายังและจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่ใช้เพาะลงไปหรือไม่ (500 เมล็ด) ถ้าปรากฎว่ายังงอกไม่ครบ หรือยังไม่ใกล้ เคียงกับจำนวนที่กะไว้ (ถ้าเป็นเมล็ดใหม่และมี คุณภาพดีจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกประมาณ 85% คือประมาณ 420 ต้น) ควรจะปิดกระดาษไว้คงเดิม และรดน้ำบนกระดาษเช้า-บ่าย ต่อไปอีก 2-3 วัน เมื่อได้สำรวจดูว่าจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่กะไว้ ให้เอากระดาษออกแล้วปิด ด้วยกระจกใสแทน ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยรักษาความชื้นไว้ ถ้าไม่ปิดด้วยกระจก ทำให้ดินแห้งเร็วเกินไป ต้องรดน้ำบ่อย ๆ ทำให้ต้นกล้าช้ำ และเน่าตายในที่สุด แต่ถ้าปิดด้วยกระจกจะช่วยลดปริมาณน้ำที่รด ควรรดตามความจำเป็น

เนื่องจากพิทูเนียมีข้อดีและได้เปรียบกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ๆ มากตรงที่ว่าสามารถทนต่อการย้ายได้ดีกว่า หลังจากเพาะแล้วประมาณ 10-12 วัน (ไม่ควรเกิน 15 วัน ขนาดของต้นพิทูเนียเท่าจอกแหนเล็ก ๆ) โดยใช้ดินสอดำและปากคีบช่วยเป็นเครื่องมือในการย้าย ถ้าทำได้และทำด้วยความระมัดระวัง พิทูเนียจะโตวันโตคืนยิ่งกว่าทิ้งต้นไว้ในกระบะเพาะ รอจนเกิดใบจริง ดังที่นิยมทำกันอยู่ Medium ที่ใช้สำหรับย้ายกล้าในระยะนี้ ยังคงใช้ทรายกับปุยมะพร้าว ในอัตราส่วน 1: 1 อยู่เช่นเดิม ระยะปลูก 1” X 1” และเริ่มผสมปุ๋ยใบ (foliar fertilizer) ลงไปในน้ำอย่างเจือจางที่ใช้รดทุกวัน

 

 

ดอกไม้

2.ใช้ยอดปักชำ

วิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ ปกติจะไม่นิยมเพราะได้จำนวนต้นน้อยกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และเนื่องจากพีทูเนียเป็นพืชที่ค่อนข้างจะมีเนื้ออ่อน และอวบน้ำ (Soft wood) และยังมีขนอ่อน ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปตามต้น กิ่งก้าน และใบ ทำให้เกิดปัญหาในการปักชำ เพราะจะทำให้ต้นเน่าได้ง่าย โดยเฉพาะในแปลงปักชำที่ใช้ระบบการให้น้ำแบบพ่นหมอก ถ้าจะเลี่ยงควรปักชำในกระบะหรือกระถางแล้วหุ้มกระบะหรือกระถางด้วยถุงพลาสติค เพื่อรักษาความชื้น พร้อมกับมีระบบการให้น้ำก้นกระถาง (Sub-irrigation) ยอดพิทูเนียที่ใช้ชำมีขนาดประมาณ 3 นิ้ว ก็เพียงพอ ถ้าจะให้ดีควรจุ่มยากันรา และผึ่งให้แห้งก่อนปักชำ ใช้เวลาประมาณ 8- 12 วัน พิทูเนียจะออกรากแล้วย้ายปลูกได้

ดอกไม้

ดอกไม้

ใครปลูกสำเร็จตามวิธีที่แนะมาแล้วล่ะก็ อย่าลืมมาบอกเล่าให้ชาวเราได้ชื่นชมกันหน่อยน๊า แอดจะได้ชื่นใจว่า คำแนะนำที่ให้ไปแล้วใช้ได้ผลดีจริงๆ  ^ ^

ที่มาจาก mymodernmet.com