ปลูกผัก ปลูกผักสวนครัว ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ผักสวนครัว วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง

วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ปลูกกินเองได้ แค่หมั่นคอยดูแล

Home / สวนของฉัน / วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ปลูกกินเองได้ แค่หมั่นคอยดูแล

หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่มีราคาแพง โดยเฉพาะพันธุ์สีเขียวจะแพงกว่าพันธุ์สีขาว จะดีขนาดไหน ถ้าเราจะลองปลูกหน่อไม้ฝรั่งไว้ในแปลงผักสวนครัวหลังบ้านไว้กินเองบ้าง (ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย แต่ไม่เป็นไร แอดรอได้ ) ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับสายสุขภาพ เพราะ หน่อไม้ฝรั่ง มีปริมาณของคาร์โบไฮเดรต แคลอรี่ และไขมันต่ำ โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนัก และ ผู้ป่วยเบาหวาน แถมการปลูกเองทำให้เรารู้ที่มา และ ปลอดภัยกว่าการหาซื้อจากท้องตลาดตั้งเยอะ เรามาเรียนรู้ วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่ง กันดีกว่าค่ะ

วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่ง
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชที่ปลูกเพาะเพียงครั้งเดียว แต่จะให้ผลผลิตไว้เก็บกินได้ตลอด 7 -10 ปี สิ่งสำคัญอยู่ที่วิธีการถอนขณะเก็บเกี่ยว

วิธีการเพาะเมล็ด
1.นำเมล็ดไปแช่น้ำอุ่น นาน 1 – 2 ชั่วโมง ก่อนนำไปเพาะเมล็ดจะงอกภายใน 7 – 15 วัน
2.หากเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ใหม่สามารถนำไปเพาะเมล็ดได้ทันทีแต่ระยะเวลา ในการงอกประมาณ 10 – 15 วัน
วัสดุเพาะกล้า ดินร่วน : ใบไม้ผุ : ถ่านแกลบ : ปุ๋ยอินทรีย์ อัตราส่วน 1 : 1 : 1 : 1 หรือหากหาวัสดุไม่ได้อาจใช้ ดินร่วน : ปุ๋ยอินทรีย์ อัตราส่วน 1 : 1 ได้

การปลูกหน่อไม้ฝรั่งโดยทั่วไปปลูกจากเมล็ด ซึ่งจะต้องทำการเพาะให้เป็นกล้าเสียก่อนประมาณ 4-5 เดือน จึงจะย้ายไปปลูกในแปลงได้ ควรลงมือเพาะกล้าระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน หรือระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม

การเตรียมแปลงปลูก
– แปลงเพาะต้นกล้าหน่อไม้ฝรั่ง ควรเลือกบริเวณที่ดินอุดมสมบูรณ์ ขุดไถดินให้ลึก เก็บหญ้าออกให้หมด พร้อมกับตากดินก่อนอย่างน้อย 15 วัน แล้วจึงย่อยหน้าดินให้ละเอียด
– ในระหว่างรอต้นกล้าหน่อไม้ฝรั่งในพื้นที่ปลูกจะว่างให้ทำการปลูกถั่วเขียว เพื่อปรับสภาพของดิน

คำแนะนำในการปรับสภาพดิน
ให้ผสมด้วยแกลบดิบ, ปุ๋ยคอกที่ผ่านการหมักสมบูรณ์, หว่านปูนขาวอัตรา 50 กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา (สำหรับสวนเล็กๆ หลังบ้านให้ปรับลดอัตราส่วนปูนขาวลงไปอีกตามขนาดพื้นที่ค่ะ ) จากนั้นไถพรวนพร้อมย่อยดิน และยกร่อง ระห่างระหว่างแถว ประมาณ 1.3-1.5 ซม.

การย้ายต้นกล้าลงปลูกในแปลง
– เวลาที่เหมาะสมอยู่ในช่วงที่มีแดดอ่อนๆ ตั้งแต่ 15.00 – 19.00 น.
– ระยะปลูกที่เหมาะสมอยู่ที่ ระหว่างแถว 130-150 ซม. ระหว่างต้น 40-50 ซม.
– ควรใส่ปุ๋ยสูตรเสมอรองก้นหลุม พร้อมกับปุ๋ยอินทรีย์

การให้น้ำ
-หน่อไม้ฝรั่งทนแล้งได้พอสมควร แต่ถ้าขาดน้ำหรือให้น้ำไม่สม่ำเสมอมีผลให้ปริมาณผลผลิตลดลงอย่างมาก และคุณภาพหน่อไม้ฝรั่งไม่ดี
-ควรมีการให้น้ำทุกวัน ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่ให้และระยะเวลาที่ให้น้ำขึ้นอยู่กับวิธีการให้น้ำ, สภาพแวดล้อม (ชนิดดิน, อุณหภูมิของอากาศ, ความชื้นในอากาศ)
-หน่อไม้ฝรั่งชอบให้หน้าดินชื้น แต่ไม่ชอบให้หน้าดินแฉะและมีน้ำท่วมขัง หากฝนตกชุก ต้องทำทางให้ระบายน้ำออกจากแปลงได้เร็ว แต่ถ้าผนไม่ตก และดินแห้ง ควรให้น้ำอย่างน้อย 3 วัน/ครั้ง
-พื้นที่ปลูกเป็นดินเหนียวผลผลิตจะไม่ดีเท่ากับพื้นที่ปลูกที่เป็นดินร่วน

การให้ปุ๋ย
-ช่วงการเจริญเติบโตและพักต้นควรให้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารตัวหน้าสูง (N สูง) ผสมกับปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15, 16-16-16 อัตราการใส่ 25 – 30 กก. ต่อไร่ ใส่ทุก 10 – 15 วัน
-ช่วงระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะใส่ปุ๋ยที่มีตัวหน้าและตัวหลังสูง (N, K สูง) เช่นสูตร 21-7-14, 13-7-35, 15-5-20 อัตราการใช้ 25 – 30 กก. ต่อไร่ ใส่ทุก 10 – 15 วัน

การกำจัดวัชพืช
– หมั่นคอยดูแล ถอนหญ้าด้วยมือ ทุกวัน จะช่วยให้หญ้าไม่ขึ้นรก จนแย่งอาหารจากหน่อไม้ฝรั่ง
-ไม่นิยมใช้สารเคมีเนื่องจากอาจส่งผลกระทบกับต้นหน่อไม้ฝรั่ง

การตัดแต่งต้น
-เมื่อย้ายหน่อไม้ฝรั่งลงแปลงเป็นเวลา 3 – 4 เดือน จากนั้นคัดเลือกต้นที่ สมบูรณ์แข็งแรงไว้ 4 – 5 ต้นต่อกอ และเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ได้นาน 50 – 60 วัน

วิธีการเก็บเกี่ยว
-ใช้มือจับที่โคนหน่อแล้วดึงขึ้นในแนวตรงหากดึงไม่ตรงจะทำให้หน่อหัก ในขณะเก็บเกี่ยวควรระวังอย่าให้ต้นหน่อไม้กระทบกระเทือน เพราะจะทำให้ต้นหน่อไม้ฝรั่งเกิดหน่อใหม่น้อยลง ระหว่างถอนไม่ควรจับหน่อแรงเกิน
-ควรมีภาชนะใส่ผลผลิตที่เก็บจากแปลง ไม่ควรวางผลผลิตบนพื้นดิน

เรียนรู้วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่งกันไปแล้ว ลองมาดูวิธีปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กันค่ะ