ดินเค็ม ดินเปรี้ยว ต้นไม้ ปรับปรุงดิน วิธีปลูกหญ้าแฝก หญ้าแฝก เกษตรอินทรีย์

วิธีปลูกหญ้าแฝก เพื่อปรับปรุงดินดูดซับสารโลหะหนักและรักษาความชุ่มชื้น

Home / สวนของฉัน / วิธีปลูกหญ้าแฝก เพื่อปรับปรุงดินดูดซับสารโลหะหนักและรักษาความชุ่มชื้น

หญ้าแฝก มีประโยชน์หลากหลาย สามารถปลูกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้พืช ป้องกันการชะล้างหน้าดิน การปรับปรุงโครงสร้างของดิน ตลอดจนปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องจาก หญ้าแฝกเป็นพืชที่มีระบบรากหนาแน่นจำนวนมาก และเจริญในแนวลึกมากกว่าด้านข้าง ประกอบกับหญ้าแฝกเจริญเติบโตได้ในสภาพที่มีโลหะหนัก ลักษณะดังกล่าว จึงมีการนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่อใช้บำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท และดูดซับโลหะหนักจากดิน หรือ จะปลูกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นดินสำหรับไม้ผลก็ได้เช่นกัน หากภายในบ้าน หรือ ที่ดินสวนเกษตรของคุณต้องการปรับปรุงโครงสร้างดินเปรี้ยวดินเค็มหรือหน้าดินพังทลาย เราก็มี วิธีปลูกหญ้าแฝก แก้ปัญหาดินอย่างยั่งยืนตามทฤษฎีเกษตรอินทรีย์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาฝากคุณกันค่ะ

วิธีเพาะชำหญ้าแฝก

ปกติจะใช้วิธีเพาะชำหญ้าแฝกในถุงดำ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 วันเพื่อให้หญ้าแฝกเกิดรากที่แข็งแรงและสามารถทำหน้าที่ในการหาอาหารเองได้โดยใช้วิธีการขุดเจาะด้วยสกัดให้เป็นหลุมเป็นบ่อหรือเป็นแนวยาว ขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่ โดยมีความกว้างและความลึก ประมาณ 20 x 20 เซนติเมตร หรือมากกว่านั้น ถ้าสภาพของดินที่เสื่อมโทรมมากต่อจากนั้นให้ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือเศษซากพืชในพื้นที่มาลองก้นหลุม นำหญ้าแฝกที่เพาะชำไว้แล้วมาปลูก

การปลูกจะต้องถอดถุงดำออกก่อน แล้ววางเรียงให้กอชิดติดกัน ถ้าเป็นกรณีหญ้าแฝกเปลือยรากที่ได้จากการปักชำจากขุยมะพร้าวอายุประมาณ 5 – 7 วัน ให้ปลูกห่างกันประมาณ 5 – 10 เซนติเมตรกลบด้วยดินที่ย่อยหรือสับดินให้เป็นก้อนเล็กๆ หรือดินผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ทั้งนี้เมื่อเวลาเรารดน้ำดินที่ย่อยแล้วสามารถยุบตัวไปเกาะกับรากของหญ้าแฝกได้ดีซึ่งในระยะ 1- 3 เดือนแรกจะต้องมีการรดน้ำให้เกิดความชุ่มชื้นที่เหมาะสม จะทำให้หญ้าแฝกเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น เมื่อหญ้าแฝกมีอายุประมาณ 90 – 120 วันหรือเริ่มออกดอกให้ตัดใบออกและให้มีลำต้นสูงประมาณ 30 เซนติเมตร นำใบไปคลุมที่โคน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของหน้าดิน การปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่นิยมปลูกกันในช่วงต้นฤดูฝน สืบเนื่องมาจากการบำรุงรักษาตอนที่ปลูกใหม่ๆ ไม่มากนัก พอมีฝนตกหญ้าแฝกก็แข็งแรง พอที่จะหาอาหารเอง รากของหญ้าแฝกจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินที่แข็งเป็นดานให้แตกตัวและแทรกลงไปในดินชั้นล่าง ส่วนรากของหญ้าแฝกที่ตายก็จะย่อยสลายเป็นธาตุอาหารให้กับพืชต่อไป และยังเกิดมีช่องว่างให้น้ำ และอากาศ สามารถลงสู่ใต้ดินได้ ทำให้เกิดความชุ่มชื้นในดิน เมื่อนำพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ เช่น ไม้ดั้งเดิมที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศและความแห้งแล้ง มาปลูกเสริมระบบราก ก็สามารถตามรากของหญ้าแฝกลงไปในดินชั้นล่างได้

การปลูกในพื้นที่ลาดเอียงเพื่อรักษาหน้าดิน
จะต้องปลูกหญ้าแฝกให้ชิดติดกัน ถ้าเป็นกรณีแฝกเปลือยให้ปลูกห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร ให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อน้ำจะได้ละลายธาตุอาหารที่อยู่ในดิน รากของหญ้าแฝกสามารถดูดธาตุอาหารไปหล่อเลี้ยงลำต้นได้ ดูแลรักษาให้หญ้าแฝกแข็งแรงและแตกกอ เมื่อเวลาฝนตก น้ำฝนจะพัดพาเอาหน้าดินและตะกอนไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง หญ้าแฝกสามารถทำหน้าที่เก็บกักตะกอนไม่ให้ไหลไปตามน้ำ เป็นการสร้างหน้าดินขึ้นมาใหม่ และยังทำหน้าที่ลดความแรงของกระแสน้ำให้ช้าลงได้

การปลูกตามร่องน้ำ
ถ้าเป็นกรณีปลูกในช่วงต้นฝนหรือเริ่มมีฝนตก ปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงมาตามร่องน้ำ จะมีปริมาณมากและเกิดความเร็วก็จะเกิดการกัดเซาะหน้าดินเป็นร่องลึก และยังสามารถพัดพาเอาหญ้าแฝกที่ปลูกใหม่ไหลไปกับน้ำอีกด้วยเนื่องจากระบบรากของหญ้าแฝกยังมีไม่มากนักและยังสามารถเกาะยึดดินเอาไว้ได้ดังนั้นก่อนปลูกหญ้าแฝกควรจะหาเศษไม้หรือก้อนหินมาเรียงขวางไว้หลังแนวหญ้าแฝกเสียก่อน เพื่อช่วยเสริมความแรงให้กับหญ้าแฝก หรือใช้วิธีปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปตัววีคว่ำ เพื่อช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำและช่วยเก็บกักตะกอนหรือเศษไม้ใบไม้ที่ไหลมากับกระแสน้ำก็จะมาติดอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของกอหญ้าแฝก และเมื่อนานวันขึ้นตะกอนดินที่ไหลมาทับถมกันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น พื้นที่บริเวณดังกล่าวสามารถใช้ปลูกต้นไม้หลักหรือพืชปรับปรุงดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์บางส่วนสามารถซึมลงสู่ใต้ดินหญ้าแฝกก็จะไม่ถูกกระแสน้ำพัดพาและเจริญเติบโตต่อไปได้

วิธีปลูกหญ้าแฝก
การปลูกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับไม้ผล
ในการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับไม้ผลนั้นมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

วิธีแรกถ้าพื้นที่มีความลาดเอียง ควรปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปครึ่งวงกลม หรือฮวงซุ้ย และปลูกแบบหงายรับตะกอนที่จะไหลมากับน้ำ

วิธีที่ 2 ในกรณีพื้นที่ราบ จะใช้วิธีการปลูกเป็นรูปวงกลม เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งในการปลูกหญ้าแฝกทั้ง 2 วิธีนี้จะต้องปลูกให้ห่างจากโคนต้นไม้ผลซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพของดินว่ามีคุณภาพมากน้อยขนาดไหน ถ้าลักษณะของดินอัดแน่นและแข็งเป็นดาน ควรจะปลูกให้ห่างรัศมีอย่างน้อย ประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อรากของหญ้าแฝกจะได้ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดีขึ้น แต่ถ้าสภาพของดินดีเช่นเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายควรจะปลูกหญ้าแฝกให้ห่างรัศมี 1.50 – 2.00 เมตรและควรปลูกซ้อนกัน 2 – 3 วง ระยะห่างประมาณ 50 – 100 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้ รากของหญ้าแฝกไปแย่งอาหารและความชุ่มชื้นจากไม้ผล และเมื่อฝนตกปริมาณน้ำมาก รากของหญ้าแฝกที่อยู่ใต้ดิน ก็จะช่วยดูดซับไว้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วน จะช่วยระบายน้ำลงสู่ใต้ดินได้เร็วขึ้น น้ำฝนจะไม่ท่วมขังไม้ผลหรือท่วมขังไม่นานนัก ไม้ผลก็จะไม่เกิดความเสียหาย

กรณีพื้นที่ร่มเงา เมื่อปลูกหญ้าแฝกระหว่างแถวตามแนวระดับ ปลูกเป็นรูปวงกลมหรือครึ่งวงกลม รอบต้นไม้หรือไม้ผล ในระยะแรกหญ้าแฝกสามารถเจริญเติบโตได้ดีเมื่อต้นไม้หรือไม้ผลเจริญเติบโตได้ดีในปีที่ 4 – 5 ทำให้มีกิ่งก้านสาขามากขึ้น ก็จะบดบังแสงแดดหรือมีร่มเงาคลุมหญ้าแฝกก็จะทำให้หญ้าแฝกเจริญเติบโตช้าลงและตายในที่สุด ฉะนั้น ถ้าต้องการปลูกหญ้าแฝกทำหน้าที่ในการปรับปรุงโครงสร้าง ควรขยายระยะวงของหญ้าแฝกให้ห่างออกไปอีกเป็นวงที่2 หรือ3 โดยควรมีระยะวงห่างกันประมาณ 50 – 100 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพของดินว่ามีความเสื่อมโทรมมากน้อยเพียงไร และควรตัดแต่งกิ่งของต้นไม้ให้มีทรงพุ่มน้อยลง แสงแดดจะได้ส่องถึงพื้นด้านล่าง เมื่อหญ้าแฝกได้รับแสงก็จะเจริญเติบโตต่อไป และควรปลูกซ่อมเสริมให้มีความสมบูรณ์ต่อไป ช่วยทำหน้าที่ในการอนุรักษ์ดินและน้ำต่อไป

การดูแลหญ้าแฝก

ในฤดูแล้ง ต้องมีการตัดแต่งกอหญ้าแฝกให้สั้นติดพื้นดิน เพื่อกอหญ้าแฝกจะได้แตกขึ้นมาใหม่ได้แน่นยิ่งขึ้น ถ้าไม่ตัดแต่งกอหญ้าแฝก เมื่อลำต้นและใบแก่ก็จะตายภายในกอ และทำให้เกิดช่องว่างหรือที่เรียกกันว่า แฝกฟันหลอ และต้องมีการปลูกซ่อมทุกปี

ส่วนเมื่อถึงฤดูฝน กอหญ้าแฝกที่ได้ตัดสั้นแล้วก็จะเจริญเติบโตแน่นและสมบูรณ์เมื่อฝนตกลงมาก็จะช่วยเก็บกักตะกอนได้ดีจะตัดแต่งกอหญ้าแฝกให้สูงจากระดับผิวดินประมาณ 30 เซนติเมตร และเป็นกำแพงธรรมชาติที่มีชีวิต

ประโยชน์ของการปลูกหญ้าแฝก
การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่ จะมุ่งเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน การช่วยเก็บกักตะกอนดินในพื้นที่ลาดชัน แต่จากผลของการศึกษาวิจัยพบว่า หญ้าแฝกยังมีลักษณะในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดินด้วย ซึ่งช่วยให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่

1. เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ เนื่องจากระบบรากของหญ้าแฝกค่อนข้างมาก และหนาแน่น มีมวลชีวภาพสูง และเจริญแทรกลงไปในดิน ด้วยลักษณะดังกล่าว จึงเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน เมื่อรากบางส่วนตายไป สำหรับส่วนของใบพบว่า หญ้าแฝกเจริญได้ค่อนข้างเร็ว มวลชีวภาพสูง ดังนั้นการตัดใบคลุมดิน จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน และยังช่วยเร่งการแตกหน่อของหญ้าแฝกด้วย

2. เพิ่มปริมาณความชื้นในดิน ในระบบที่มีการปลูกหญ้าแฝกจะพบว่า ดินเก็บความชื้นได้ยาวนานกว่า เนื่องจากส่วนของรากหญ้าแฝกที่ประสานกันเป็นร่างแห จะช่วยดูดยึดน้ำไว้ในดิน ซึ่งเห็นได้จากไม้ผล หรือพืชไร่ที่เจริญใกล้แถวหญ้าแฝก จะมีการเจริญเติบโตที่ดีกว่าพืชที่ไม่ได้ปลูกใกล้หญ้าแฝก ปัจจัยหนึ่งคือ ระดับความชื้นในดินมีมาก และยาวนานกว่า

3. เพิ่มอัตราการระบายน้ำและอากาศ ระบบรากของหญ้าแฝกที่แพร่กระจาย มีส่วนช่วยให้ดินมีการระบายน้ำ และอากาศได้ดีมากขึ้นกว่าการไม่มีรากหญ้าแฝก

4. เพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ดิน บริเวณรากหญ้าแฝกพบว่า มีเชื้อจุลินทรีย์อยู่มากมายหลายชนิด ส่วนใหญ่มีผลดีต่อการเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารพืชในดิน ช่วยดูดธาตุอาหารจากดิน และส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมของเชื้อจุลินทรีย์ในบริเวณราก ลักษณะดังกล่าวส่งผลดีต่อการเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชในดิน

จากที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม หรือพื้นที่ดินมีปัญหา จึงมีส่วนช่วยฟื้นฟู และปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้น เนื่องจากผลของอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของเชื้อจุลินทรีย์บริเวณรากหญ้าแฝก รวมทั้งการมีความชื้นที่ยาวนานขึ้น สภาพดินจึงมีการพัฒนา และความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ หากดินในบ้าน ในสวนของคุณมีปัญหาลองใช้วิธีปลูกหญ้าแฝกแก้ปัญหาดินอย่างยั่งยืนกันนะคะ

ที่มาข้อมูล www.ku.ac.th และ www.huaysaicenter.org