กะเพรา ต้นกล้า ผักสวนครัว

แกล้งกะเพรา วิธีปลูกกะเพราให้สูงใหญ่ใบเยอะตายยาก

Home / สวนของฉัน / แกล้งกะเพรา วิธีปลูกกะเพราให้สูงใหญ่ใบเยอะตายยาก

กะเพราเป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ขอเพียงมีพื้นที่ดินร่วน จะปลูกด้วยการใช้เมล็ด หรือ ปักชำ รดน้ำวันละ 1 – 2 ครั้งไม่ต้องมาก รดพอให้ชุ่มฉ่ำ ก็สามารถเติบโตได้เอง แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากขั้นตอนการปลูกง่ายๆ แบบนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยยืดอายุกะเพราให้นานขึ้น ให้ใบเยอะๆ ได้ต้นสูงใหญ่ เอาไว้เก็บใบกินได้นานๆ นั่นคือวิธี แกล้งกะเพรา ค่ะ

แกล้งกะเพรา

เทคนิคคือ หมั่นเด็ดยอดอ่อนของใบกะเพราในทุกเช้าทุกวัน โดยเด็ดเฉพาะยอดที่เป็นดอกเท่านั้นเพื่อไม่ให้ออกดอกได้ ถ้ากะเพราออกดอกเมื่อไหร่ต้นจะเหี่ยวเฉาและหมดอายุในที่สุด ดังนั้น เราต้องทำให้ต้นกะเพราเข้าใจว่าไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อได้อีกต่อไป ทำให้ต้องรีบแตกหน่อ ออกดอก ออกใบให้เยอะขึ้น จึงเรียกวิธีนี้ว่า แกล้งกะเพรา จากเดิมที่ต้องปักกิ่งใหม่ เพาะเมล็ดใหม่ เราก็จะได้ต้นกะเพราสูงใหญ่ไว้เก็บใบกินได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องแรงปลูกใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเด็ดยอดดอกอ่อนออกในทุกวันเป็นประจำด้วยนะคะ

ก่อนจะปลูก มารู้จักกะเพราทั้ง 3 สายพันธุ์กัน 

1. กะเพราใบเขียว ก้านแดง เป็นพันธุ์ที่มีใบ และดอกเป็นสีขาว แต่มีลักษณะก้านใบ และก้านดอกเป็นสีแดง รวมถึงใบเขียวหรือเขียวอมแดง เป็นกะเพราที่มีกลิ่นฉุน และ เผ็ดร้อน กำลังพอดี เหมาะสำหรับนำมาทำผัดกะเพรา เพราะจะได้รสชาติกะเพราที่กลมกล่อม หอมกำลังพอดี

2. กะเพราใบเขียว ก้านเขียวหรือก้านขาว เป็นพันธุ์ที่มีก้านใบ ก้านดอก ใบ เป็นสีเขียว และดอกเป็นสีขาว มีใบใหญ่ รสชาติออกหวาน ไม่ค่อยมีกลิ่นฉุนหรือรสเผ็ด

3. กะเพราใบแดง ก้านแดง เป็นพันธุ์มีก้านใบ ก้านดอก และดอกเป็นสีแดงอมม่วง ใบมีสีแดงม่วงอมเขียว เป็นกะเพราที่มีกลิ่นฉุนมาก และ รสเผ็ดร้อนมากที่สุดในกะเพราทั้งหมด เหมาะสำหรับนำมาทำอาหารที่ต้องการปรุงรสให้เผ็ดร้อน เช่น ต้มโคล้ง หรือ ผัดกะเพราที่มีรสจัด

วิธีการปลูกกะเพราด้วยการปักชำ

วิธีปักชำทำได้โดยการเลือกเอากิ่ง กลางแก่ กลางอ่อน มาเด็ดส่วนยอดดอก นำไปปักชำในกระถาง หรือแปลงที่เตรียมไว้ เทคนิคการปักคือ ให้ปักต้นเฉียง 45 องศา แล้วนำดินมากลบส่วนที่ปักชำบาง ๆ จากนั้น เอาฟางคลุมและรดน้ำให้ชุ่มเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

วิธีการปลูกกะเพราด้วยเมล็ด

1. เตรียมดินละเอียดเทลงไปในกระถาง

2. หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบ หรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ

3. รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ นะคะ เพราะไม่ได้ต้องการน้ำมาก รดพอชุ่ม

4. จากนั้นอีกประมาณ 7 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า

5. รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ก็ค่อยๆ ถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร

6. รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่จากนั้นก็เก็บใบมารับประทานได้

วิธีง่ายแสนง่าย ปลูกไว้กินเองได้ ปลอดภัยกว่าการไปซื้อผักที่เราไม่รู้กรรมวิธีการปลูก ไม่รู้ที่มาแถมประหยัดกว่ากันตั้งเยอะ จริงไหมคุณขา