ปรับปรุงดิน เกษตรอินทรีย์ ไล่แมลง

3 สูตรน้ำหมักชีวภาพ ไล่แมลงด้วยสะเดาทำเองได้ปลอดสารเคมี

Home / สวนของฉัน / 3 สูตรน้ำหมักชีวภาพ ไล่แมลงด้วยสะเดาทำเองได้ปลอดสารเคมี

สำหรับคนรักสวน รักสุขภาพ อยากปลูกผักทำสวนแบบวิถีเกษตรอินทรีย์แล้ว ย่อมต้องหาวิธีไล่แมลงแบบปลอดสารเคมีเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในสวนของตัวเอง โดยสารเคมีในยาฆ่าแมลงโดยทั่วไปแล้วจะมีสารอะซาดิแรคตินซึ่งมีคุณสมบัติไล่แมลง หากแต่สารอะซาดิแรคตินก็มีอยู่ตามธรรมชาติในใบสะเดาและเมล็ดสะเดาเช่นกัน ทำให้สามารถสารสกัดจากสะเดาเป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด มีฤทธิ์ฆ่าแมลง ขับไล่แมลง ช่วยต่อต้านการดูดกิน ยับยั้งการเจริญเติบโต ทำให้หนอนหรือตัวอ่อนไม่ลอกคราบ และยังใช้กำจัดไส้เดือนฝอยในดินได้อีกด้วย ดังนั้นลองมาทำ สูตรน้ำหมักชีวภาพ ไล่แมลง ไล่หอย ด้วยสะเดาด้วยตัวเองกันค่ะ

3 สูตรน้ำหมักชีวภาพ ไล่แมลงด้วยสะเดาทำเองได้ปลอดสารเคมี

สูตรน้ำหมักชีวภาพ

โดยน้ำหมักชีวภาพสูตรที่ 1 สูตรยาฆ่าแมลงที่นิยมใช้คือ ใช้ใบสะเดาสด 4 กิโลกรัม, ข่าแก่ 4 กิโลกรัม, และตะไคร้หอม 4 กิโลกรัม แล้วนำแต่ละอย่างมาตำให้ละเอียด หมักกับน้ำ 20 ลิตรทิ้งไว้ 1 คืน ใช้น้ำยาที่กรองได้มา 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 200 ลิตร ใช้เป็นยาฉีดฆ่าแมลงในสวนผักผลไม้โดยไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่เป็นอันตราย และไม่ทำลายศัตรูธรรมชาติ โดยน้ำยาที่ได้นี้สามารถเก็บไว้ได้นานหลายวัน แต่ต้องเก็บให้พ้นแสง หรือเก็บในขวดสีทึบหรือชา แดดส่องไม่ถึง และสูตรนี้หากใช้เมล็ดแทนใบได้จะสามารถกำจัดแมลงได้ทุกชนิด ยกเว้นด้วงและแมลงปีกแข็ง หรือจะใช้ใบนำมาแช่น้ำจนเน่าแล้วกรองน้ำที่ได้ไปใช้พ่นฆ่าแมลง ผสมกับต้นหัน หรือจะนำไปหมักใช้ทำน้ำหมักพ่นไล่แมลงก็ได้เช่นกัน

น้ำหมักชีวภาพสูตรที่ 2 สูตรไล่แมลง เร่งดอก เร่งโต ให้เตรียม ใบสะเดา 3 กิโลกรัม, สุรา 40 ดีกรี,น้ำ 50 ลิตร และ ถังขนาดใหญ่ที่มีฝาปิด จากนั้นให้นำใบสะเดามาตำให้แหลกแช่ด้วยสุรา 40 ดีกรี เทให้ท่วมใบสะเดาแล้วปิดฝาให้มิด หมักทิ้งไว้ 21 วัน จากนั้น ให้เทน้ำเติมลงไป 50 ลิตรทิ้งไว้อีก 10 วัน จะได้น้ำหมักชีวภาพพร้อมใช้งาน วิธีใช้ก็ง่ายดาย นำน้ำหมักที่ได้ไปกรองเอาเศษตะกอนออก จากนั้นนำน้ำหมักอัตราส่วน 50 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นต้นไม้ทุกๆ 1 สัปดาห์ก่อนออกดอก 1 เดือน

สำหรับน้ำหมักชีวภาพสูตรที่ 3 สูตรไล่หอยและเพลี้ยไฟ ให้ใช้ยอดสะเดา ยูคาลิปตัส ข่าแก่ และบอระเพ็ดอย่างละ 2 กิโลกรัม จุลินทรีย์และกากน้ำตาลอย่างละ 1 แก้ว โดยนำยอดสะเดา ยูคาลิปตัส ข่าแก่ และบอระเพ็ด นำแต่ละอย่างมาแยกใส่ปี๊บแล้วใส่น้ำให้เต็ม ต้มจนเหลืออย่างละครึ่งปี๊บ ทิ้งไว้จนเย็น แล้วนำมาเทรวมกันในถังใหญ่ หลังจากนั้นให้ใส่จุลินทรีย์และกากน้ำตาลตามลงไป ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วัน เมื่อนำมาใช้ให้ใช้เพียงครึ่งแก้วผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นในแปลงพืชผักหรือในนาข้าวจะช่วยป้องกันใบข้าวไหม้ได้

นอกจากนี้เศษที่เหลือของเมล็ดหลังจากการคั้นเอาน้ำมันและเนื้อหุ้มเมล็ดที่เน่าเปื่อยอย่าทิ้ง ด้วยมีก๊าซมีเทนสูง เป็นธาตุอาหารที่ต้นไม้พืชผักต้องการ สามารถนำมาใช้ทำปุ๋ยได้เป็นอย่างดี โดยส่วนของใบและกิ่งสะเดายังช่วยปรับปรุงดินได้ดีอีกด้วย ในประเทศอินเดียได้นำต้นสะเดามาปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง เพื่อช่วยในการปรับปรุงดินและได้ผลเป็นอย่างดี

อนึ่ง คนไทยสมัยก่อนถือว่าต้นสะเดาเป็นไม้มงคล หากปลูกไว้ในบริเวณบ้านทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ส่วนในบางพื้นที่เชื่อกันว่ากิ่งและใบของต้นสะเดาจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจได้ และเพราะเป็นต้นไม้มงคลนี่เอง ต้นสะเดาจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดอุทัยธานี ส่วนสะเดาช้างได้รับการคัดเลือกให้เป็นพันธุ์ประจำจังหวัดสงขลา