กระถาง ปักชำ ผักสวนครัว พริกไทย วิธีปลูกพริกไทย

วิธีปลูกพริกไทย ด้วยการปักชำและทำปักค้างปลูกด้วยตัวเอง

Home / สวนของฉัน / วิธีปลูกพริกไทย ด้วยการปักชำและทำปักค้างปลูกด้วยตัวเอง

พริกไทยเป็น 1 ในพืชผักสวนครัวที่แทบจะเป็นส่วนผสมสำหรับปรุงเมนูอาหารทั่วโลก แน่นอนว่าไม่เว้นแม้แต่อาหารไทยที่มีรสชาติร้อนแรง คงจะดีไม่น้อย ถ้าเราจะสามารถเด็ดพวงพริกไทยสดๆ แล้วมาปรุงอาหารได้เลยโดยไม่ต้องออกไปซื้อหา ประหยัดเงิน และมั่นใจหายห่วงได้เลยว่าไร้สารเคมีแน่นอน เราจึงนำ วิธีปลูกพริกไทย มาฝากกัน

วิธีปลูกพริกไทย

วิธีปลูกพริกไทย

เราสามารถเพาะปลูกพริกไทยเองได้  2 วิธีคือ การเพาะเมล็ด และการปักชำ ในที่นี้ขอพูดถึงวิธีปักชำซึ่งจะรวดเร็วกว่าวิธีเพาะเมล็ดดังนี้

1. ทำภาชนะเพาะชำจากขวดน้ำรียูส ใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาดลิตร 1.25 ขึ้นไปล้างให้สะอาด ใช้มีดคัตเตอร์ตัดขวดพลาสติกโดยวัดความสูงจากก้นขวดให้ยาวประมาณ 6 นิ้ว จากนั้นเจาะรูที่ก้นขวดสัก 6 รูเพื่อไว้ระบายน้ำ

2. ใช้ขี้เถ้าแกลบ (แกลบดำ) 1 ส่วน ดินดำ 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักดินที่ผสมแล้วใส่ในขวดที่เตรียมไว้ให้เต็ม แล้วเคาะดินให้แน่นใช้บัวรดน้ำให้ดินชุ่ม

3. นำกิ่งพันธุ์พริกไทย โดยใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ตัดเฉียงกึ่งกลางข้อปล่อง ให้มีข้อปล่องตั้งแต่ 4 ปล้องขึ้นไปเหลือใบยอดไว้ประมาณ 1-3 ใบ ปักลงในดินที่เตรียมไว้ในขวดเพาะที่เตรียมไว้ โดยให้ข้อปล่องข้อที่ 2 จมลงในดิน แล้วใช้นิ้วกดรอบ ๆ กิ่งชำให้แน่น

4. นำถุงพลาสติกใสขนาด 6 x 11 นิ้ว ครอบกิ่งชำลงไป ถึงกึ่งกลางภาชนะขวด เสร็จแล้วเอาหนังยางรัดให้แน่น เพื่อป้องกันการคายน้ำของต้นพริกไทย นำไปวางเรียงไว้ในที่ร่ม ประมาณวัน 30 วันจะเห็นรากพริกไทยงอกและยอดพริกไทยเริ่มเจริญเติบโต ก็เอาหนังยางออกแต่ยังไม่ต้องนำถุงพลาสติกออกปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน ค่อยดึงถุงพลาสติกออก ก็จะได้ต้นพริกไทยต้นใหม่แล้ว

5. นำต้นพริกไทยที่ได้ ไปปลูกในภาชนะที่เหมาะสม ไว้เป็นไม้ประดับภายในบ้านก็ได้ เป็นพืชผักสวนครัว สมุนไพรไทยก็ดี

6. สำหรับการปลูกพริกไทยในภาชนะ ก็จะใช้ดินดำ 1 ส่วน ปุ๋ยคอกมูลวัว 1 ส่วน และแกลบดิบ 2 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปปลูกพริกไทยต่อไป

การปลูกพริกไทยในกระถาง มีข้อดีคือ
1. ใช้พื้นที่น้อย มีพื้นที่จำกัดหรือไม่มีพื้นที่ดินเลยก็ปลูกได้
2. เจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว
3. ยกหรือเคลื่อนย้ายไปวางไว้มุมไหนของบริเวณบ้านก็ได้
4. ใช้เป็นไม้ประดับได้
5. มีพริกไทยไว้บริโภคตลอดปี
6. ให้เป็นของกำนัลและของฝากได้
7. สร้างรายได้ โดยยกขายต้นพริกไทยทั้งกระถาง พร้อมออกดอกติดผลกระถางละ 500 บาท

วัสดุอุปกรณ์และวิธีการปลูกพริกไทยในกระถาง
1. กระถาง ที่ใช้ปลูกพริกไทยควรเป็นกระถางที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไป ผลผลิตของพริกไทยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดกระถาง กระถางย่อมให้ผลผลิตมากกว่า ถ้าหากเป็นกระถางเคลือบมีลายสวยงามก็ สามารถเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นได้ ถ้าหากเป็นภาชนะที่ใช้แล้วควรจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไป เช่น ถังบรรจุสีขนาด 20 ลิตร ก็เพียงพอสำหรับปลูกพริกไทยไว้บริโภคตลอดทั้งปีได้ ( แต่ต้องเจาะรูก้นถังเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วจำนวน 3 รู )

2. วัสดุปลูก พริกไทยชอบดินที่ร่วนซุย มีอินทรีย์วัตถุมาก โดยใช้
• ดินดำหรือหน้าดิน 1 ส่วน
• ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายแล้วหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
• แกลบดิบ (เปลือกข้าว) เก่าที่สีเริ่มเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีเทา 2 ส่วน
ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปปลูกพริกไทยในกระถาง

3. พันธุ์พริกไทย สามารถปลูกพริกไทยได้ทุกสายพันธุ์ในกระถาง แต่พันธุ์ที่แนะนำคือพันธุ์จันทบุรีให้ผลผลิตเร็ว ออกดอกติดผลตลอดปีเมล็ดโตและเป็นพริกไทยขาว เหมาะสำหรับปลูกในภาชนะ

4. ใช้เศษกระถางที่แตกรองก้นกระถางหรือภาชนะที่ใช้ปลูก เพื่อให้การระบายน้ำดี ตักดินปลูก ใส่ลงไปในกระถางหรือภาชนะ ประมาณ 1 ใน 3 ส่วน นำต้นพริกไทยที่เตรียมไว้ลงปลูก โดยเอาถุงพลาสติกออกก่อนอย่าให้ดินแตก หรือใช้มีดคัตเตอร์กรีดก้นถุงก่อน แล้วนำลงวางจากนั้นจึงกรีดถุงตามความยาว และค่อย ๆ ดึงถุงออก จากนั้นตักดินปลูกลงกลบ ให้เหลือขอบกระถางประมาณ 3 นิ้ว ใช้ใบไม้แห้งกลบทับอีกชั้นหนึ่ง ใบจามจุรีหรือใบก้ามปูดีที่สุด ปักไม้ผูกเชือกกันลมโยก แล้วจึงรดน้ำตาม นำไปวางไว้บนซีเมนต์บล็อก หรือฟุตบาทซีเมนต์ แสงแดดร่มรำไร

สำหรับสวนที่ต้องการทำปักค้างสำหรับปลูกส่งขายก็สามารถทำได้โดย

ปักค้าง

ใช้ค้างไม้แก่นหรือค้างปูนซีเมนต์ ขนาด 4 x 4 x 4 เมตร ฝังลึก 50-60 เซนติเมตร กลบดินให้แน่น หลังจากนั้น ขุดหลุมขนาด 40 x 60 เซนติเมตร ลีก 40 เซนติเมตร ค้างละ 1 หลุม ห่างจากโคนค้าง 15 เซนติเมตร ผสมดินกันปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1:1 แล้วใส่ในหลุมประมาณครี่งหลุม นำยอดพันธุ์ที่เตรียมไว้ปลุกหลุมละ 2 กิ่ง ให้ปลายยอดเอนเข้าหาค้าง กลบดินให้แน่นรดน้ำให้ชุ่ม ใช้วัสดุพรางแสง ประมาณ 3 – 6 เดือน จนกว่าพริกไทยจะตั้งตัวได้

คุณค่าทางอาหารของพริกไทย

คุณค่าทางโภชนาและอาหารในส่วนที่รับประทานได้ 100 กรัม จะมีส่วนประกอบของแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ดังนี้
พลังงาน 94 กิโลแคลอรี่
คาร์โบไฮเดรต 13.2 กรัม
โปรตีน 4.4 กรัม
ไขมัน 2.6 กรัม
แคลเซียม 15.43 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 23 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 28 ไมโครกรัม

ที่มาข้อมูลจาก 
สมชาย สุคนธสิงห์. (2531). การปลูกพริกไทย. คู่มือส่งเสริมการเกษตรที่ 53. กรมส่งเสริมการเกษตร.
วัฒนา สวรรยาธิปัติ. (2531). การปลูกพริกไทย. ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ. วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ .