บ้านกล่องสีขาว White Box Home

Home / แบบบ้าน / บ้านกล่องสีขาว White Box Home

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ บ้านกล่องสีขาว White Box Home มาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ บ้านหลังนี้เป็นของคุณปริญดา  บุรณะตระกุล เขียนบทความของคุณบุษราภรณ์  หวานชอบ และภาพประกอบสวยๆ จากธเนศ เปี่ยมหน้าไม้, กรวิชญ์  ศริริวิวัฒน์ค่ะ

หลังการโฆษณาสินค้าตกแต่งบ้านโดยทั่วไป มักเชื้อเชิญให้ผู้คนตกอยู่ในภวังค์ที่อยากโละของเก่าทิ้งแล้วแทนที่ด้วยของชิ้นใหม่ แต่สำหรับคุณปริญดา บูรณะตระกูล เจ้าของบ้านโมเดิร์นสีขาวหลังนี้กลับเลือกที่จะเก็บของเก่าเหล่านี้ไว้ และนำกลับมาตกแต่งใหม่ โดยปรับรูปแบบตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อยก็ช่วยทำให้บ้านดูสวยงามชึ้นมาได้แล้ว เพราะความสุขของการอยู่บ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีของอะไรอยู่ในบ้านบ้าง แต่มันขึ้นอยู่กับว่า “มีใครอยู่ในนั้น” มากกว่า

บ้านกล่องสีขาว White Box Home

อาคารทรงกล่องสไตล์โมเดิร์นสีขาวถูกรอบล้อมด้วยพรรณไม้ที่คุณปริญดาชื่นชอบ ซึ่งเติมความมีชีวิตชีวาให้แก่บ้านมากขึ้น

คุณปริญดา และคุณตั้ม ลูกชายคนเล็ก กับมุมโปรดของคุณแม่ที่สวนหลังบ้าน

บ้านสองชั้นทรงกล่องสีขาวดีไซน์เก๋ สไตล์โมเดิร์น ในช่วงปี 80 ซึ่งถือเป็นยุครุ่งเรืองของบ้านสไตล์โมเดิร์นในเมืองไทย ดีไซน์เรียบง่ายที่ลบภาพหลังคาทรงจั่วในแบบไทยทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง อาคารหลังนี้มีอายุราว 20 ปี ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑลเป็นของครอบครัวบูรณะตระกูล ซึ่งมีสมาชิกภายในบ้าน 5 คน ได้แก่ คุณพ่อทรีศักดิ๋ คุณแม่ปริญดา บูรณะตระกูล และคุณนินิ ลูกสาวคนโต คุณเต้ลูกชายคนกลาง และคุณตั้มลูกชายคนเล็ก บ้านหลังนี้กลายเป็นส่วนผสมของเรื่องราวมากมายที่แสนกลมกล่อม ตกแต่งในโทนสีขาวเป็นหลักดึงสีเขียวของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ทำให้ดูมีชีวิตชีวา และอบอุ่นขึ้นตั้งแต่เปิดประตูรั่วเล็กๆ เข้าไปสัมผัส

02

ครัวฝรั่งสไตล์โมเดิร์นสีขาวดำมันวาวด้วยหน้าบานไฮกอส ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานเหมาะแก่การใช้งานในครัว เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัว

คุณปริญดาเล่าความเป้นมาของบ้านให้ฟังอย่างยิ้มแย้มว่า “จริงๆ บ้านหลังนี้มีอายุ 20 ปีได้แล้วนะคะ ซื้อตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุได้ 6 ขวบ ตัวโครงการเขาขายที่ดินเปล่าขนาดพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 220 ตารางวา ก็มีแบบบ้านมาให้เลือกมากมาย แต่ที่เลือกแบบบ้านหลังนี้เพราะมันตอบโจทย์ครอบครัวเราที่มีสมาชิกทั้งหมด 5 คน เลยต้องการแบบบ้านที่มี 4 ห้องนอน ซึ่งเป็นรูปทรงสไตล์โมเดิร์นในแบบที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว แต่เมื่อครั้งน้ำท่วมกรุงเทพปี 2554 บ้านก็ได้รับความเสียหายเยอะ เลยย้ายเฟอร์นิเจอร์ออก และไปอยู่คอนโดกันปล่อยบ้านทิ้งไว้ให้เสื่อมโทรมเกือบ 2 ปี แล้วค่อยมารีโนเวทใหม่

เพิ่มความใกล้ชิดกับธรรมชาติให้กับมุมรับประทานอาหารด้วยผนังกรุกระจกใส เปิดให้เห็นวิวสวนนอกบ้านที่ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งโล่งมากขึ้นอีกด้วย

แม้ว่าสภาพดั้งเดิมของตัวบ้านจะมีความสวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่พอได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม บ้านจึงต้องผ่านกระบวนการรีโนเวทครั้งใหญ่อีกพอสมควร เพื่อให้กลับมาสวยงามสภาพคงเดิม เช่นการทาสีบ้าน การทำพื้นไม้ใหม่ในส่วนของห้องนั่งเล่น ทำกาสเฮ้าส์ในห้องครัว และการวางระบบไฟใหม่เป็นต้น สำหรับการตกแต่งภายในจะเน้นบรรยากาศที่เรียบง่ายอบอุ่นดูสบายตาด้วยการเลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ดีไซน์กระจกใสล้อมรอบ ทำให้ภายในอาคารดูโปร่ง โล่งสบาย และยังรับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด สามารถมองเห็นสวนสีเขียวขจีอันรื่นรมย์รอบบริเวณบ้าน

04

05

Walk way เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในบ้านผนังอาคารเจาะช่อง void เรียงตัวตามทางเดิน ส่วนพื้นด้านล่างเจาะช่องข้างๆ สำหรับปลูกต้นไม้ อาทิไผ่ฟิลิปปินส์ พลูด่าง สับปะรดสี และคล้าเป็นต้น

ในขณะที่พื้นที่การใช้งานภายในมีการแบ่งอย่างเป็นสัดส่วน เมื่อเดินเข้าสู่ตัวบ้านจะพบกับความเรียบง่ายของห้องรับแขกที่ถูกออกแบบไว้ในส่วนแรกเพื่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านในยามที่แขกมาเยือน ในขณะที่โถงส่วนกลางดรอปลงหนึ่งสเต็ปจัดสรรให้เป็นมุมนั่งเล่นของครอบครัว ปูพื้นด้วยไม้แดงเอ็นจิเนียร์วู้ดเพื่อความแตกต่าง ทั้งยังสะดุุดตากับของตกแต่งที่เป็นของสะสมของคุณปริญดาเมื่อครังเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ต่อเนื่อไปยังมุมรับประทานอาหาร และส่วนของห้องครัวจะอยู่บริเวณด้านในสุดที่เชื่อมครัวสไตล์ฝรั่ง และครัวไทยไว้ด้วยกัน ซึ่งโซนของครัวไทยมีการออกแบบให้เหมือนกับกลาสเฮ้าส์

ห้องนอนของคุณพ่อ และคุณแม่ที่เน้นการตกแต่งอย่างเรียบง่ายโดยการใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเป็นหลักเติมความอบอุ่นสบายตาให้แก่ห้องด้วยการปูพรมอัดฟูกสีเทา และเติมแสงวอร์มไวล์เพิ่มมิติทางสายตา

07

มาในส่วนของชั้น 2 กันบ้างค่ะ ที่ต้องสะดุดตากับโถงทางเดินสุดเก๋ที่โค้งรับกับรูปทรงของบ้าน มีหลังคาสกายไลท์เพื่อให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาสำหรับห้องนอนใหญ่ เน้นการตกแต่งอย่างเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนแต่เป็นบิลต์อิน คลุมโทนห้องด้วยสีขาวดำ มีพื้นเป็นพรมอัดฟูกสีเทาเข้ามาเติมความอบอุ่นสบายตามากขึ้น อีกทั้งยังแบ่งพื้นที่อีกมุมหนึ่งให้เป็นมุมแต่งตัว พร้อมระเบียงด้านข้างให้ออกไปนั่งพักผ่อนรับลมชมวิว

09

สำหรับผู้เขียนบ้านหลังนี้ให้ความรู้สึกถึงคำว่า “Home Sweet Home” อย่างแท้จริงค่ะ เพราะแค่การอาศัยอยู่กับคนในบ้านที่เราผูกพันมันก็ทำให้บ้านน่าอยู่แล้ว และยิ่งมีความลงตัวจากข้าวของชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยที่ผสมรวมเข้ากับความรักที่จัดวางไว้ในทุกจุดของบ้านตั้งแต่เพดานสู่พื้นหญ้า ก็ช่วยพัดพาเอาความสุขของสมาชิกทุกคนมารวมกันไว้ที่นี้

23

ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน November 2015 จาก Mbookstore คลิ๊ก