บ้านขนาดเล็ก บ้านแคบ ผ้าม่าน พรม พื้นไม้ รีโนเวทบ้าน ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องแคบ เคาน์เตอร์

แชร์ทริค รีโนเวทบ้าน ขนาดกล่องรองเท้า 900 ตร.ฟุต ให้ดูกว้างขวาง และ โอ่อ่า

Home / แบบบ้าน / แชร์ทริค รีโนเวทบ้าน ขนาดกล่องรองเท้า 900 ตร.ฟุต ให้ดูกว้างขวาง และ โอ่อ่า

ถ้าเรื่องขนาดพื้นที่บ้าน จะทำให้ชีวิตอึดอัด เราอยากชวนคุณมาก้าวข้าว ด้วยการมาชมผลลัพธ์ของการ รีโนเวทบ้าน ขนาดเล็กๆ กะทัดรัด ด้วยพื้นที่ใช้สอยเพียง 900 ตารางฟุตของคู่สามีภรรยาคู่นี้กันค่ะ
สามีภรรยาคู่นี้ซื้อบ้านมือสองที่ยังต้องซ่อมแซมอีกมากมายโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน และทำให้พวกเขาเรียนรู้ว่า พื้นที่ขนาดเล็กๆ ก็สามารถสวยงามและใช้สอยได้อย่างมีประสิทธิภาพได้หากเราจัดการพื้นที่ให้ครบตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย มันก็เวิร์คไม่ใช่เล่น ทั้งคู่เริ่มจากลิสท์หัวข้อปัญหาทั้งหมดก่อน

ห้องครัว : ทำยังไงที่จะทำให้คนรักการทำครัวทั้งสองคนสามารถเข้าครัวทำกับข้าวร่วมกันได้โดยที่ขาดเคาน์เตอร์และพื้นที่จัดเก็บของที่เพียงพอ
จากนั้นทั้งคู่ก็ค่อยๆ ไล่ปัญหาไปทีละห้องๆ จากห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และ ห้องสตูดิโอสำหรับจัดวางรูปถ่ายของทั้งคู่

9 เดือนต่อมา การรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ก็เสร็จสิ้น และทั้งคู่ก็อยู่อาศัยร่วมกันภายในบ้านขนาดกล่องรองเท้าอย่างมีความสุข

การจัดการพื้นที่ห้องครัวขนาดเล็ก
แก้ปัญหาเรื่องขาดตู้กับข้าวด้วยการโยกตู้เสื้อผ้าในห้องนอนแขกซึ่งมีขนาดพอเหมาะพอเจาะมาเป็นตู้กับข้าวแทน 1 ตู้ และเอาประตูห้องครัวออก จากนั้น ซื้อตู้กับข้าวแบบลิ้นชักจากอิเกียมาติดตั้งแทน ทำให้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้นอีกโข และเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดวางทำให้ต้องจัดลำดับตำแหน่งการตกแต่งด้วยเช่นกัน
เคาน์เตอร์ครัวเดิมดูเก่าและไม่หรูหรา ทั้งคู่จึงตัดสินใจเปลี่ยนเคาน์เตอร์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี เคาน์เตอร์ยุค 50 ตั้งอยู่ในฝั่งห้องกินข้าว แต่ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร นอกจากเป็นส่วนกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องกินข้าว ทั้งคู่จึงนำมาทำเป็นไอส์แลนด์ในห้องครัวและยังสามารถเก็บของได้ด้วย แถมการย้ายตำแหน่งครั้งนี้ ยังทำให้ห้องครัวดูโล่ง และกว้างขึ้นอีกด้วย และเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำครัวมากขึ้น ทั้งคู่จึงเลือกเก้าอี้สตูลมาตั้งให้มีพื้นที่ ไม่เกะกะ

รีโนเวทบ้าน
ก่อน : พื้นที่เคาน์เตอร์อันน้อยนิด
หลังรีโนเวทแล้ว
หลังรีโนเวทแล้ว

หลัง : เพิ่มพื้นที่เคาน์เตอร์ทำครัวมากขึ้น ในห้องขนาดเท่าเดิม

ห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่น

หลัง : และนี่คือ หน้าตาของไอส์แลนด์ในครัวที่ดัดแปลงมาโดยจะอัดไม้เขียงท็อปเพิ่มด้านบนเพื่อให้แน่นพอจะเป็น บุชเชอร์ บ็อกซ์ สำหรับทำครัวหนักๆ ได้

การขยายพื้นที่ให้ดูโล่งกว้าง
แต่เดิมห้องนอนห้องนี้ดูคับแคบอึดอัด เนื่องจากแสงสว่างน้อยเกินไป ทั้งคู่จึงรื้อวอลล์เปเปอร์เดิมออก และเปลี่ยนบรรยากาศของห้องด้วยการทาสีมืดบนผนังฝั่งหัวเตียงเพียงฝั่งเดียว ทาทับไปทับมาจนกว่าจะแน่ใจว่าทำให้ห้องดูโดดเด่น เป็นการพรางตาให้ดูกว้างลึกด้วยสี เช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ในบ้าน อย่าง ห้องสตูดิโอ สำหรับทำงานถ่ายภาพ ที่แต่เดิมเป็นสีชมพูแซลมอน และกระเบื้องทึบๆ บนพื้น เจ้าของบ้านได้เปลี่ยนมาทาสีผนังห้องให้ดูขาวสว่าง สะอาดตาขึ้น และเปลี่ยนกระเบื้องปูพื้นมาเป็นไม้แทน ทำให้ห้องดูโปร่งขึ้นเป็นกอง

ห้องนอน
ห้องนอน ก่อนรีโนเวท

ก่อน : ห้องนอนสีขาว เรียบๆ ทึบๆ

รีโนเวท

หลัง : ถึงจะเป็นผนังสีเข้มแต่ก็ดูโปร่ง มีมิติ

ห้องแคบ
ห้องสตูดิโอก่อนรีโนเวท

ก่อน : ห้องสตูดิโอ สีชมพูแซลมอน และกระเบื้องที่ปูทางนอกบ้าน

สตูดิโอ
สตูดิโอ หลังรีโนเวท

หลัง : สีขาวช่วยชีวิตของห้องได้มาก

ตามจริงแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงว่าจะช่วยทำให้บ้านเล็กๆ ดูใหญ่โตขึ้นได้ สำหรับบ้านหลังนี้แล้ว คือการขยายทางเดินเข้า – ออก รวมไปถึงขยายขนาดบานประตูและทางเดินสัญจรภายในบ้านเช่นกัน นอกจากนี้ใช้ประตูบานเดียวเชื่อมต่อห้องนอนกับห้องด้านหลังด้วยประตูแบบบิ้วท์อิน เพื่อเปิดรับแสงเข้ามาในห้องและลดบรรยากาศอึดอัดลง

ส่วนภายในห้องน้ำ ก็เปลี่ยนแปลงผังใหม่เช่นกัน  แต่เดิมที ผนังห้องน้ำติดชั้นวางแบบบิวท์อินไว้ ทำให้ดูแน่น จึงเปลี่ยนมาติดตู้ลิ้นชัก 2 ชั้น ใต้อ่างล้างมือแทน การแต่งห้องน้ำในโทนโมโนโครมด้วยกระเบื้องปูพื้นหกเหลี่ยมสีดำ และวอลล์เปเปอร์ขาว – ดำ ลายกระต่าย ช่วยทำให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น อย่างมีกิมมิค

ห้องน้ำ
ห้องน้ำ ก่อนรีโนเวท

ก่อน : ผ้าม่านยาวๆ ที่ลดทอนความงามของห้องน้ำ

ห้องน้ำ
ห้องน้ำ หลังรีโนเวท

หลัง : ซิงค์ล้างมือที่มีลิ้นชักเก็บของช่วยทำให้ห้องน้ำดูโล่งขึ้น

  ใช้ไม้เนื้อแข็ง 

สิ่งที่เจ้าของบ้านยืนยันหนักแน่นว่าจะคงเก็บรักษาไว้คงเดิมคือ พื้นไม้เนื้อแข็งในห้องครัว  ซึ่งเป็น งานยากและต้องใช้งบเยอะ เพราะถูกปูทับด้วยเสื่อน้ำมันมาเป็นเวลานานและโดนความชื้นทำลายเนื้อไม้บางส่วน  เพื่อให้แน่ใจว่า พื้นจะราบเรียบเสมอกัน เจ้าของบ้านจึงรื้อไม้เนื้อแข็งจากตู้เสื้อผ้า และแผ่นไม้ใต้เตียง มาซ่อมพื้นในห้องนอน และยังเหลือนำไปใช้แต่งห้องครัวได้อีกนิดหน่อย ส่วนพื้นใต้เตียงก็ให้หาไม้ใหม่ชนิดเดียวกันกับที่บ้านหลังนี้ใช้เมื่อคราวสร้างบ้านในปี 1941 แทน ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก

บ้านแคบ
ห้องนั่งเล่นก่อนรีโนเวท

ก่อน : พรมที่เฉิ่มเชย และกักเก็บฝุ่น

พื้นไม้
หลังรีโนเวท

หลัง : เปลี่ยนเป็นพื้นไม้ให้บรรยากาศอบอุ่น

ถือว่า พลิกโฉมสุดๆ ดูดี น่าอยู่ และโอ่โถงขึ้นเยอะเลยทีเดียว หากใครจะลองใช้เทคนิคเหล่านี้บ้าง ก็น่าจะช่วยเซฟได้เยอะเลยทีเดียวนะคะ
ที่มาจาก www.architecturaldigest.com