จัดบ้าน บ้านญี่ปุ่น มินิมอล เสื่อทาทามิ แบบบ้าน แบบบ้านโนบิตะ

เจาะ แบบบ้านโนบิตะ บ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม

Home / แบบบ้าน / เจาะ แบบบ้านโนบิตะ บ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม

หากเอ่ยถึงการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังในยุค 90 หนึ่งนั้นย่อมมีการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อน ซึ่งเนื้อเรื่องหลักจะดำเนินเรื่องอยู่ภายในบ้านของครอบครัวโนบิตะซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่อง  โดย แบบบ้านโนบิตะ กลายเป็นที่สนใจสำหรับคนยุค 90 ที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน ทำให้มีเรนเดอร์แปลนบ้านของโนบิตะจากหลากหลายที่มาทั่วโลก เราจึงขอเจาะหาข้อมูลบ้านโนบิตะมาฝากกันในวันนี้ค่ะ

แบบบ้านญี่ปุ่น
แบบบ้านโนบิตะ โดย นักออกแบบไทย RMA

แบบบ้านโนบิตะ บ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม

 

แบบบ้านโนบิตะ
แบบบ้านโนบิตะ

บ้านโนบิตะเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่า  วะชิตสึ (Washitsu)  ตั้งอยู่ในเขตเนริมะ โตเกียวเป็น บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลาง หลังคาจั่วซ้อน ตกแต่งด้วยพื้นไม้สไตล์ญี่ปุ่น และมีสวนเล็ก ๆ ข้างบ้าน ขนาดบ้านกะทัดรัด ฝ้าเพดานสูงประมาณ 2.40 – 2.60 เมตร  หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตก แปลนภายในเรียบง่ายเหมือนบ้านทั่วไป โดย 267C Production นักออกแบบชาวฮ่องกงได้ render 3D ภายในบ้านแต่ละห้องไว้ดังนี้

โดมะ
โดมะ (DOMA) พื้นที่ระดับเดียวกับพื้นดินเมื่อเข้าสู่ตัวบ้าน

พื้นที่ของบ้านโนบิตะ ถูกสร้างให้ยกระดับสูงจากพื้นดินเล็กน้อยเพื่อระบายความชื้น

โถงทางเดิน
โถงทางเดิน

เริ่มตั้งแต่โถงทางเดินเข้าบ้านสไตล์เก็นคัง (Genkan) ที่มีห้องรับแขกพร้อมชุดโซฟาสวยงามด้านข้าง ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นกลางบ้านหรือห้องดูทีวีของโนบิตะ ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำและห้องซักล้าง มีห้องนอนชั้นล่าง 1 ห้อง ส่วนห้องครัวและห้องกินข้าวอยู่ด้านหลัง

ห้องซักล้าง
ห้องซักล้าง
ห้องครัว
ห้องครัว
ห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่น

สำหรับชั้นสองมี 2 ห้องนอน แบ่งเป็นห้องนอนของโนบิตะที่ออกแบบตามสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า วะชิตสึ (Washitsu) พร้อมทั้งมีตู้เสื้อผ้าเป็นที่นอนสำหรับโดราเอม่อน โดยห้องนอนโนบิตะมีขนาด 2.50 x 3 เมตร และ อีก 1 ห้องนอนใหญ่

ห้องนอนโนบิตะ
ห้องนอนโนบิตะ

ประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่น เรียกว่า ฟุสึมะ (Fusuma) โดยบานประตูขึ้นโครงด้วยไม้ทำเป็นตาราง และใช้กระดาษสาญี่ปุ่นมาปิด เพื่อบังตา เบาแดดและกันลม แน่นอนว่าความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ต้องปูด้วยเสื่อทาทามิ (Tatami) ที่ทอจากต้นกก ซึ่งมีสรรพคุณช่วยเก็บความอบอุ่นในฤดูหนาว และชาวญี่ปุ่นยังใช้เป็นมาตรวัดขนาดห้องีอกด้วยเนื่องจากเสื่อทาทามิจะมีขนาดมาตรฐานคือ 90 x 180 เซนติเมตร ทำให้ใช้เป็นมาตรวัดขนาดห้องมาตั้งแต่ยุคโบราณ ซึ่งเมื่อปูด้วยเสื่อทาทามิแล้วก็ต้องมีเบาะรองนั่ง ซะบุตง (Zabuton) และโต๊ะญี่ปุ่นทรงเตี้ยตั้งกลางห้อง

บ้านญี่ปุ่น
ประตูบานเลื่อนญี่ปุ่น และ เสื่อทาทามิ

แปลนบ้านที่ถูกถอดแบบออกมา โดย Kenchiqoo ชั้นล่าง ประกอบไปด้วยห้องรับแขก, ห้องโถงสำหรับสมาชิกในครอบครัว ที่แบ่งโซนโต๊ะอาหาร, ห้องครัว และ ห้องน้ำสำหรับอาบน้ำ และห้องสุขา รวมถึงมีชานด้านข้างบ้านมาให้ถึง 2 จุด ส่วนแปลนชั้นบนเน้นพื้นที่โล่งเรียบง่าย ซึ่งจะมีเพียง 2 ห้องนอนใหญ่เท่านั้น

แบบบ้านโนบิตะ
ภาพโดย Kenchiqoo

และเพราะความจริงจังของคนญี่ปุ่นที่มีต่อทุกๆ เรื่อง รายการ AME TALK รายการทีวีญี่ปุ่นเคยออกอากาศในปี 2016 ได้หาข้อมูลและสืบค้นเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโนบิตะอย่างจริงจัง ทำให้รู้ว่า บ้านของโนบิตะเป็นบ้านเช่าในเขตเนริมะ โตเกียว ถึงแม้ฐานะทางบ้านโนบิตะจะเป็นชนชั้นกลางแต่ คนญี่ปุ่นไม่นิยมซื้อบ้าน เพราะว่า บ้านในโตเกียวมีมูลค่าสูง และจำนวนประชากรที่ลดน้อยลงทุกวัน ทำให้มีโอกาสในการขายต่อบ้านได้ยาก อีกทั้งกฎหมายประเทศญี่ปุ่นเองที่กำหนดให้คนที่มีบ้านเป็นทรัพย์สินของตัวเอง ต้องรีโนเวทบ้านทุกๆ 30 ปี ซึ่งนับว่าเป็นภาระทางการเงินอันหนักอึ้งทีเดียว

ซึ่งสไตล์การตกแต่งห้องแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมแบบบ้านของโนบิตะ อาจจะดูเชยไปแล้วในยุคปัจจุบัน หากแต่ก็ยังคงความเป็นมินิมอล และเราสามารถนำมาประยุกต์ในการตกแต่งและจัดเก็บบ้านของเราเองได้ดังต่อไปนี้

1. ตกแต่งห้องแบบคุมโทนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ไม่จัดสีสันฉูดฉาด เฟอร์นิเจอร์ที่แปลกตา ของแต่งบ้านที่แตกต่าง สะดุดตา แต่คุมโทนความไม้ ความมินิมอล เรียบง่าย และจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด

2. เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย สไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่น
ไม่เน้นลวดลายหวือหวา แต่เน้นความเรียบง่าย ไม่ตกยุค จะทำให้เราได้ห้องที่เราไม่เบื่อง่ายๆ

3. ใช้เทคนิคคอนมาริ ของนักจัดบ้านคนดังระดับโลก คนโดะ มาริเอะ (Kondo Marie)
เจ้าของหนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุกด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” ที่ใช้เทคนิค Spark Joy คือ ทิ้งสิ่งของที่ไม่ต้องการแล้ว สิ่งที่ไม่สามารถสร้างความสุขให้กับเราในปัจจุบันได้อีกต่อไปแล้ว ให้ขอบคุณสิ่งของเหล่านั้น และทิ้งหรือบริจาคไปเสีย โดยไม่ต้องเสียดาย หรือ คิดว่าเผื่อจะสามารถเก็บมาใช้ได้อีกในอนาคต เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง และ คัดให้เหลือเพียงชิ้นที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เท่านั้น เพื่อการจัดเก็บที่ง่ายขึ้น เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและปริมาณความสุขในชีวิตผู้อยู่อาศัยในบ้านได้มากขึ้น ซึ่งส่วนตัวแอดเองลองนำทฤษฎีนี้มาใช้ในการจัดบ้านแล้ว เวิร์กอยู่ไม่น้อยเลยคุณขา

ด้วยเทคนิคเพียงเท่านี้ นอกจากแปลนบ้านของโนบิตะที่หากใครต้องการนำไปสร้างบ้านของตัวเองแล้ว แอดเชื่อเหลือเกินว่า เราทุกคนก็สามารถมีห้องที่ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลยค่ะ

ที่มาจาก 267C Production , RMA และ kenchiqoo