ศิลปะ ประดับบ้าน (ภาค 2)

Home / เก็บตกไอเดียบ้าน / ศิลปะ ประดับบ้าน (ภาค 2)

มาว่าต่อกันในเรื่อง การใช้งานศิลปะัมาประยุกต์ ประัดับตกแต่งบ้าน .. ศิลปะถือเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความจรรโลงใจ ให้อารมณ์สุนทรีย์ เดี๋ยวนี้เจ้าของบ้านหลายท่านจึงนิยมนำงานศิลปะมาตกแต่งบ้าน นอกจากเหตุผลที่ทำให้บ้านดูสวยงามแล้ว เรายังเชื่อว่าเป็นการที่เจ้าของบ้านจะได้ใส่ความรู้สึกและตัวตนลงไปในบ้านด้วย ทว่าก็มีอีกหลายคนมองว่างานศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจยาก คอลัมน์ “ดีไซน์ไอเดีย” ตอนนี้ จึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานศิลปะประดับบ้านที่เข้าใจได้ง่าย มาฝากกันค่ะ …

ศิลปะ ประดับบ้าน (ภาค 2)

ศิลปะสามมิติ
งานประติมากรรมลอยตัว ไม่ว่าจะเป็นงานปั้น งานหล่อ งานแกะสลัก หรือวัตถุที่เราสามารถมองเห็นได้รอบด้าน สามารถจัดวางได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยพิจารณาจากวัสดุที่ใช้ผลิตเป็นสำคัญ ว่ามีสภาพแกร่งและทนแดดทนฝนหรือไม่ งานประติมากรรมสวยๆ เพียงชิ้นเดียวก็สามารถช่วยแก้ปัญหาพื้นที่ใหญ่ๆ โล่งๆ ในบ้านได้เป็นอย่างดีแล้ว รวมถึงเป็นจุดนำสายตาที่สร้างมิติได้ดีกว่างานศิลปะประเภทสองมิติ แต่เราต้องตระเตรียมพื้นที่สำหรับจัดวางมากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้งานชิ้นนั้นดูโดดเด่นมีคุณค่าน่าประทับใจ

งานศิลปะชิ้นเล็ก

งานศิลปะชิ้นเล็ก
เหมาะกับพื้นที่จำกัด เพราะสามารถวางไว้ใกล้ๆ สายตาได้โดยไม่ต้องเผื่อระยะการมองมากนัก เช่น บนหลังตู้เตี้ย บนแท่นริมโถงทางเดินยาว หรือในตู้โชว์บิลท์อิน งานศิลปะที่สามารถโชว์ได้รอบ 360 องศา เหมาะกับการจัดวางกลางห้องให้สามารถเดินดูได้โดยรอบ อาจมีการหมุนหาเหลี่ยมมุมเพื่อความเหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้งานชิ้นนั้นดึงดูดสายตาสู่ห้องนั้นได้ทุกมุมมอง หรือชิ้นที่มีมุมมองสวยสุดเพียงด้านเดียว (เช่น ประติมากรรมรูปคน) เหมาะกับการวางชิดผนังมุมห้อง หรือสุดปลายทางเดิน เพราะฉากหลังจะช่วยขับให้งานศิลปะดูโดดเด่นขึ้น แถมยังช่วยให้ผนังหรือมุมห้องที่ดูทึบตันน่าสนใจยิ่งขึ้น หรือวางเรียงเป็นแนวในส่วนโถงทางเดินยาวๆในบ้านให้เกิดความต่อเนื่อง ก็ทำให้บรรยากาศดูน่าเดินขึ้นด้วย แต่ควรเผื่อระยะการมองและระยะทางเดินให้กว้างขึ้นอีก 60-80 เซนติเมตร (แล้วแต่ขนาดของชิ้นงาน)

ฉากหลังและแสงไฟเป็นตัวช่วยให้งานศิลปะชิ้นนั้นดูเด่นสะดุดตาขึ้นได้ เช่น งานศิลปะสีเข้ม ผนังด้านหลังควรจะเป็นสีอ่อน งานศิลปะที่มองได้รอบด้านอาจติดไฟเพิ่มเป็น 2 จุด (หน้าหลัง) หรือ 4 จุด สำหรับงานที่ต้องการให้เดินดูโดยรอบ ส่วนงานที่เน้นความสวยงามของรูปทรง สามารถเล่นเทคนิคแสงเงาให้ย้อนแสง โดยการวางไว้ชิดริมหน้าต่าง เพื่อให้เห็นรูปทรงได้สวยงามชัดเจนขึ้น

ศิลปะชิ้นใหญ่

งานศิลปะชิ้นใหญ่
การติดตั้งควรคำนึงถึงพื้นที่โดยรอบและมุมมองในการมองเห็นเป็นสำคัญ งานชิ้นใหญ่ที่ทึบตันอาจทำให้ภายในบ้านดูอึดอัดและเล็กลงไปถนัดตา ลองมองหางานศิลปะที่ชิ้นเล็กลงกว่าที่ตั้งใจไว้สักหน่อย หรือเลือกงานที่มีรูปทรงโปร่งๆแทน โดยจะวางไว้กับพื้นหรือแขวนจากฝ้าเพดานลงมา ก็จะช่วยลดขนาดของพื้นที่ฝ้าสูงๆให้ดูสบายตาขึ้น งานชิ้นใหญ่ๆและทึบตันเหมาะกับการจัดวางไว้ที่ลานนอกบ้าน หรือบ่อน้ำโล่งๆ เพื่อสร้างเรื่องราว ซึ่งบางชิ้นอาจต้องมีการคำนวณฐานรากเพื่อรับน้ำหนักของชิ้นงานด้วย ควรออกแบบจุดส่องไฟ 2 – 4 จุด เพื่อให้ชิ้นงานเป็นจุดนำสายตาของพื้นที่นอกบ้านของเราได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน

งานศิลปะสีเข้ม ผนังด้านหลังควรจะเป็นสีอ่อน

ข้อควรรู้ ของ แสงสว่างกับงานศิลปะ
พื้นที่เล็ก เหมาะกับการใช้หลอดไฟประเภทแฮโลเจน ซึ่งมีองศาแคบๆ (10-30 องศา ขึ้นอยู่กับความมสูงของฝ้าเพดาน) ส่วนพื้นที่กว้างๆ อย่างพื้นที่นอกบ้าน อาจเลือกใช้หลอดไฟประเภท PAR ซึ่งให้แสงสว่างมากกว่า และยังเหมาะกับการส่องสว่างให้งานศิลปะชิ้นใหญ่ๆดูโดดเด่นขึ้นด้วย
งานศิลปะที่มีคุณค่าสูงหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ควรใช้หลอดไฟแอลอีดี เพราะให้แสงสว่างสูง แต่ให้ความร้อนต่ำ (ควรเตรียมพื้นที่สำหรับหม้อแปลงไฟด้วย)
งานศิลปะชิ้นใหญ่ๆ ควรเลือกโคมไฟที่มีการปรับองศาได้ เพื่อปรับให้แสงสว่างส่องตรงกลางภาพ โดยติดในตำแหน่งกึ่งกลาง ห่างจากผนังประมาณ 60 เซนติเมตร
ควรมีกำลังวัตต์เป็นสองเท่าของแสงสว่างโดยรอบ เพื่อสร้างความโดดเด่นให้ชิ้นงาน เช่น บริเวณทางเดินใช้ไฟ 15 วัตต์ ภาพที่ติดบริเวณนี้ควรใช้ไฟ 35 วัตต์

———————–

เรื่อง: “รนภา นิตย์”
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน และนิตยสาร room
ข้อมูลเรื่องแสงสว่างกับงานศิลปะ : ขอขอบคุณ บริษัท L&E Lighting Solution Center จำกัด โทรศัพท์ 0-2246-1164-66

ที่มา http://www.baanlaesuan.com

อ่าน ศิลปะ ประดับบ้าน (ภาค 1)