ย้อนวันวาน ชมสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล บ้านพระนมทัต พระนมในรัชกาลที่ 6

Home / เก็บตกไอเดียบ้าน / ย้อนวันวาน ชมสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล บ้านพระนมทัต พระนมในรัชกาลที่ 6
กระจกลายพิกุล กระเบื้องว่าว ตกแต่งภายใน ต้นไทร ต้นไม้ บ้านพระนมทัต บ้านไม้ พระนมทัต พระนมทัต พึ่งบุญ ณ อยุธยา พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สถาปัตยกรรม สไตล์โคโลเนียล เฟอร์นิเจอร์

หากใครเคยผ่านแถวย่านพระนคร คงจะเคยสังเกตเห็นหมู่เรือนที่เด่นเป็นสง่าบนถนนกรุงเกษม หมู่เรือนที่ว่า คือ บ้านพระนมทัต (พระนมทัต พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ซึ่งเป็นพระนมในรัชกาลที่ 6 และเป็นมารดาของเจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) และเจ้าพระยาอนิรุธเทวา เรือนนี้สร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประมาณปีพุทธศักราช 2300 และเป็นส่วนหนึ่งของเขตบริเวณวังเทเวศร์ โดยตัวอาคารสร้างแบบหมู่เรือนพักอาศัยที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ซึ่งในปัจจุบันคือ โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก นั่นเองค่ะ

โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบ็งค็อก ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมซึ่งเคยเป็นบ้านของพระนมทัต (พระนมทัต พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ซึ่งเป็นพระนมในรัชกาลที่ 6 โดยพระนมทัตได้รับพระราชทานที่ดินจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ในฐานะผู้อภิบาลดูแลพระองค์มาแต่ครั้งทรงพระเยาว์จนได้เสวยราชย์ ทั้งนี้ในส่วนของชื่อโรงแรมเดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก นั้นมีที่มาจากจากสมาสคำว่า “ระวี” อันหมายถึง แสงอาทิตย์ที่สว่างสดใส และ คำว่า “กัลยา” อันแปลว่า สตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและกิริยาสมบัติ เมื่อนำมารวมกันแล้วนั้นจะได้คำว่า “ระวีกัลยา” ที่มีความหมายว่า สตรีผู้สูงศักดิ์และมีความสำคัญดุจดั่งแสงตะวัน อันหมายถึงพระนมทัตนั่นเองค่ะ

บ้านพระนมทัต
โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก

ย้อนกลับไปในสมัยแผ่นดินรัชกาลที่ 6 นับว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมเนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น พระโอรสและเจ้านายหลายพระองค์ รวมถึงลูกหลานของขุนนางผู้ใหญ่ล้วนได้ถูกส่งไปศึกษาต่อยังต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป และเมื่อท่านเหล่านั้นได้กลับมายังแผ่นดินสยาม ก็ได้นำวัฒนธรรมการแต่งกาย การดำเนินชีวิต รวมถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ แบบยุโรปกลับมาด้วย โดยนำมาปรับและประยุกต์เข้ากับวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมแบบไทย

 

เฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิก
เฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิก
บานหน้าต่าง
สีเขียวพาสเทล

โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก

กระจกลายพิกุล
กระจกลายพิกุล
เชิงชายไม้ฉลุลาย
เชิงชายไม้ฉลุลาย
เชิงชายไม้ฉลุ
เชิงชายไม้ฉลุ

โดยเอกลักษณ์การปลูกบ้านในช่วงสมัยรัชกาลที่ 6 นั้นนิยมสร้างบ้านเป็นสไตล์โคโลเนียล ซึ่งเป็นศิลปะแบบตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 – 6 ซึ่งอยู่ในยุคล่าอาณานิคม รูปแบบอาคารสมัยนั้นจึงเป็นการผสมผสานระหว่างอารยธรรมตะวันตกและวัฒนธรรมท้องถิ่น สำหรับประเทศไทยเอง ถึงแม้ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติใดก็ตาม แต่ก็ยังคงได้รับอิทธิพลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ลักษณะเด่นของรูปทรงอาคารสไตล์โคโลเนียลคือ มีระเบียงกว้างที่มีเสามารองรับชายคาเรียงตัวกันเป็นจังหวะ ตัวบ้านนิยมใช้โทนสีอ่อน หรือ สีพาสเทล อย่างเช่น สีขาว สีครีม สีเขียวไข่กา การตกแต่งภายในนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์รูปแบบคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นตู้ โต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงโคมไฟ ส่วนตัวพื้นจะนิยมใช้วัสดุจำพวก ไม้ หินอ่อน และกระเบื้องลายโบราณ

พื้นกระเบื้อง
พื้นกระเบื้อง
กระเบื้องว่าว
กระเบื้องว่าวอันเป็นเอกลักษณ์เรือนไทย

สำหรับลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลในไทยเรานั้นคือ หลังคารูปทรงจั่วผสมปั้นหยา โดยนิยมใช้ “กระเบื้องหลังคาหางว่าว” หรือ “กระเบื้องว่าว” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์คู่บ้านเรือนไทย ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่นำมาเรียงต่อกันในแนวเส้นทะแยงมุมอย่างเป็นระเบียบงดงาม สอดคล้องกับรูปลักษณ์และรายละเอียดการตกแต่งภายนอกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งประดับเชิงชายรอบบ้านด้วยไม้ฉลุลายอีกด้วย อันเป็นลักษณะสำคัญของบ้านสไตล์โคโลเนียล

เอกลักษณ์การตกแต่งเฉพาะตัวของโรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก อันทรงคุณค่าที่น้อยคนจะรู้

1.นอกจาก สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในสไตล์โคโลเนียลแล้ว บนผนังภายในห้องพักยังเพ้นท์คำกลอนจากวรรณคดีไทยอันโด่งดังทั้งสิ้น 38 คำกลอน จาก 38 บทประพันธ์อันทรงคุณค่าของไทยแตกต่างกันไปในแต่ละห้องอีกด้วย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยงานประพันธ์ วรรณคดีและการละครเป็นอย่างมาก และนี่คือ ความสนุกที่คุณจะได้พบเห็นแตกต่างกันไปในแต่ละห้องพัก อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้นั่นเองค่ะ

คำกลอน
ส่วนหนึ่งจากบทประพันธ์อิเหนา

2.และแม้จะมีพื้นที่จำกัด แต่รอบๆ บริเวณโรงแรมก็ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอันเป็นต้นไม้เก่าแก่อยู่คู่บ้านและที่ดินแปลงนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะต้นไทรที่มีอายุมากกว่า 120 ปี และยังมีสวนครัวออแกนิคภายในโรงแรมเองอีกด้วย

หากมีโอกาสมาเยี่ยมมาเยือนย่านถิ่นพระนคร ลองแวะมาชมกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่หาชมได้ยากแล้วในยุคไทยแลนด์ 4.0 แบบนี้กันนะคะ