ผู้สูงอายุ ราวจับ ห้องน้ำผู้สูงอายุ ออกแบบบ้าน เฟอร์นิเจอร์

6 ข้อ ออกแบบบ้าน เข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุ

Home / เก็บตกไอเดียบ้าน / 6 ข้อ ออกแบบบ้าน เข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุ

บ้านที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขคือบ้านที่มอบความรักและเอาใจใส่ทุกช่วงวัยของทุกคนในครอบครัว และบุคคลสำคัญที่สุดนั่นคือผู้สูงอายุ เพราะเป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพลง พวกเราในฐานะลูกหลานจึงควร ออกแบบบ้าน และสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานแต่ละพื้นที่ภายในบ้านด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งจะส่งต่อถึงสุขภาพจิตใจที่ดีตามมา

ห้องนอน

1.ห้องนอนและพื้นที่นั่งเล่นของผู้สูงอายุ ควรอยู่บริเวณชั้นหนึ่ง เพื่อให้ท่านไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ พื้นห้องนอนเลือกใช้พื้นกระเบื้องชนิดกันลื่น หรือพื้นลดแรงกระแทก (Shock Absorption Floor) โดยให้ระดับของพื้นสม่ำเสมอกันทั้งหมด เพื่อป้องกันการสะดุดหกล้ม หรือหากไม่สะดวกที่จะเปลี่ยนพื้นของไม้หรือกระเบื้องเดิม แนะนำให้พ่นทับด้วยน้ำยากันพื้นลื่น ซึ่งมีขายตามร้านขายอุปกรณ์สำหรับบ้านและงานก่อสร้างทั่วไป

2. อีกห้องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ห้องน้ำผู้สูงอายุ เพราะเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยสุดจากการลื่นของคราบน้ำบนพื้นผิวพื้นและผนัง ทางที่ดีข้อแรกแนะนำให้แยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจน ข้อถัดมาคือควรเปลี่ยนกระเบื้องพื้นใหม่ทั้งหมดให้เป็นระนาบเสมอกันทั้งหมด ปูด้วยกระเบื้องกันลื่นซึ่งมีค่าป้องกันความลื่นบ่งบอกชัดเจน เสริมส่วนพื้นด้วยแผ่นยางกันลื่นในบริเวณที่ต้องใช้งานบ่อย เช่น หน้าโถชักโครก และในพื้นที่อาบน้ำ

ห้องน้ำผู้สูงอายุ

3.ราวจับ เป็นอุปกรณ์คู่บ้านของทุกบ้านที่มีผู้สูงอายุ ควรติดตั้งในทุกส่วนตั้งแต่ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำ โดยราวจับจะมีรูปร่างแตกต่างกันไปตามรูปแบบการใช้งาน ซึ่งแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ราวจับแนวราบแบบเดี่ยวอย่างที่คุ้นเคยกัน ซึ่งก็มีเพิ่มเติมเป็นรูปตัว L หรือ V สำหรับติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการใช้งานต่างระดับหรือพื้นที่นั่งที่ต้องลุกเพื่อยันตัวขึ้น กับราวจับทรงตัวสำหรับติดตั้งเป็นคู่ยื่นออกจากผนัง ซึ่งมักใช้สำหรับเท้าแขนในพื้นที่ที่ต้องใช้งานนานๆ เช่น อ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์

ราวจับ

4. สัญญาณฉุกเฉิน อุปกรณ์ตัวช่วยจำเป็นสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ เพื่อให้เข้าช่วยเหลือยามเมื่อมีเหตุจำเป็นได้ทันท่วงที โดยควรติดตั้งสัญญาณฉุกเฉินในพื้นที่ที่ผู้สูงอายุมักใช้งานตามลำพัง ได้แก่ หัวเตียงห้องนอน ข้างโถสุขภัณฑ์ ข้างส่วนอาบน้ำในห้องน้ำ และภายในห้องนอน

5. เรื่องพิเศษที่ต้องคำนึงถึงสำหรับผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น คือ ระยะการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และทางสัญจรต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อเป็นการเปิดทางเดินให้สะดวกในการใช้รถเข็น เริ่มตั้งแต่หน้าประตูบ้านควรเป็นบานเลื่อนที่มีความกว้างมากกว่า 90 เซนติเมตร โดยใช้รางแบบฝังในพื้นเพื่อให้ระนาบของพื้นเสมอกันทั้งหมด

บานประตู

ทุกพื้นที่ภายในบ้านควรเว้นทางสำหรับรถเข็นสัญจรอยู่ที่ 90 เซนติเมตรเป็นต้นไป รวมถึงในห้องนอนที่ควรเว้นระยะที่ว่างความกว้าง 90 เซนติเมตรโดยรอบเตียงนอนเพื่อให้ใช้งานพื้นที่ได้อย่างสะดวก และอีกจุดที่สำคัญคือในห้องน้ำซึ่งควรเลือกใช้ประตูบานเลื่อน ระยะระหว่างสุขภัณฑ์แต่ละชิ้นกว้างพอสำหรับจอดรถเข็น และพอดีกับระยะเอื้อมถึงราวทรงตัว

นอกจากระยะในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ อีกระยะที่สำคัญคือระยะของตัวเฟอร์นิเจอร์เองที่ควรออกแบบให้สะดวกสำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้วีลแชร์ ตัวอย่างเช่น โต๊ะอาหาร ที่ควรมีความสูง 75 เซนติเมตร โดยคำนึงถึงพื้นที่ใต้โต๊ะให้สูงจากพื้น 60 เซนติเมตรขึ้นไป และความลึกมากกว่า 40 เซนติเมตร เพื่อให้สอดขาเข้าไปพอดีกับสรีระท่าทางในการรับประทานอาหาร

6. เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ต่างๆ ต้องชัดเจน สิ่งที่ช่วยในเรื่องนี้ได้คือ สีและขนาด ที่ช่วยทำให้แยกแต่ละส่วนออกจากกันอย่างชัดเจนระหว่างสีพื้น-สีผนัง-สีของเฟอร์นิเจอร์-สีของสุขภัณฑ์ สวิตช์ขนาดใหญ่และเรืองแสงในที่มืด เพื่อให้ผู้สูงอายุมองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก

ปัจจุบัน ร้านขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ในบ้านมีการจัดมุมสำหรับบ้านผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้รับการรับรองว่ามีคุณสมบัติเหมาะกับการใช้งาน จึงช่วยทุ่นเวลาในการเลือกซื้อไปอีกขั้นหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่จะต้องออกแบบและเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดให้กับผู้สูงอายุที่คุณรัก