อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย

Home / เทคนิคเรื่องบ้าน / อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย

ปัญหาและความรู้สึกของการอยู่บ้านชั้นเดียวนั้น  มักจะอยู่ที่เรื่องของความเป็นสัดส่วนและความปลอดภัย  ผู้ออกแบบหรือพวกสถาปนิกนั้นจะเจอคำถามและความรู้สึกนี้อยู่บ่อยๆ วันนี้ Decor.Mthai จึงนำเรื่องของการ อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย มาเสนอเพื่อนๆ ค่ะ

อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย

อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย

การสร้างบ้านหลายชั้นหรือชั้นเดียวนั้น ขึ้นอยู่ที่ขนาดพื้นที่ในเชิงปริมาณการใช้สอย และในเชิงราคาค่างวด จะเห็นชัดแจ้งว่าการสร้างบ้านชั้นเดียวในพื้นที่ที่มีราคาแพง ย่อมไม่คุ้มต่อเนื้อที่ใช้สอยที่เกิดขึ้น ในทางกลับกัน ในพื้นที่โล่งกว้างชานเมือง ในชนบทปลูกอาคารชั้นเดียวแผ่ไปตามพื้นที่ ก็อาจมีความเหมาะสมในเรื่องความคุ้มของราคาที่ดินที่ไม่แพงเหมือนในเมือง

home41

บ้านชั้นเดียวนั้นจะให้บรรยากาศและการใช้สอย ที่แตกต่างจากบ้านหลายชั้น ทั้งในเชิงของพื้นที่ภายในและพื้นที่ภายนอก ในแง่ของบรรยากาศและความรู้สึกที่เกิดขึ้น เช่น ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง การต้อนรับเชื้อเชิญ ความน่าอยู่ ความใกล้ชิด เหล่านี้บ้านชั้นเดียวจะมีศักยภาพมาก  แต่ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของบ้านชั้นเดียวนั้นด้วย ในขณะที่ปลูกเป็นบ้านหลังใหญ่ หรือเป็นอาคาร 2-3 หลัง เรียงรายต่อเนื่องกัน  จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัยกว่า ตรงนี้คาดว่าท่านคงจะเข้าใจอยู่แล้ว  โดยไม่ต้องให้อธิบายยืดเยื้อ

การออกแบบผังบ้านให้ปลอดภัย

แบบบ้านชั้นเดียว

การออกแบบผังบ้านให้ปลอดภัย : นอกเหนือจากความสัมพันธ์เหมาะสมในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย ขั้นตอนการใช้สอยแล้ว  การกำหนดอาณาบริเวณตามหลักวิธีสถาปัตยกรรม อันได้แก่ บริเวณภายนอก บริเวณกึ่งภายนอก บริเวณสาธารณะ บริเวณสัญจร บริเวณส่วนตัว ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่ต้องกระทำอยู่แล้ว  แต่จะต้องคำนึงถึงมากเป็นพิเศษ เพราะบริเวณและห้องทุกห้องอยู่ในชั้นเดียวกัน เราจะเน้นว่าจะต้องเข้าถึงโรงรถได้ง่ายจากภายนอก จะต้องขนของเข้าสู่ครัวได้สะดวก เพื่อนฝูงแขกเหรื่อควรเข้าห้องรับแขกได้ง่าย และมีสัดส่วน บริเวณสัญจรก็ควรกว้างขวางพอเพียง และไปยังส่วนต่างๆ ของบ้านได้ง่าย ส่วนของห้องนอน ซึ่งถือว่าเป็นบริเวณส่วนตัว ตำแหน่งก็มักจะอยู่ด้านในสุดของตัวบ้าน หรือในบริเวณที่เห็นได้ยากจากบริเวณรับแขก พักผ่อน และนี่คือหลักการง่ายๆ ขั้นต้น

การออกแบบระดับและรูปร่างของบ้าน

บ้านชั้นเดียว

การออกแบบระดับและรูปร่างของบ้าน : ในทางปฏิบัติ  หลังจากที่ตัวบ้านก่อสร้างเสร็จ และเข้าอยู่แล้ว ห้องที่ว่าเป็นสัดส่วนตามหลักการนั้น  อาจจะไม่เป็นสัดส่วนเมื่อมองจากภายนอก  คำถามที่พบบ่อยก็คือ ห่วงว่าคนที่เดินรอบบ้านจะเข้าถึงห้องนอนได้ง่าย เพราะมีชั้นเดียว..ก็ค่อนข้างจะยอมรับในความรู้สึกนั้น  เพราะสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่และขับถ่ายได้นั้น (กลัวจะมีคนเข้าใจว่ารวมถึงพืชด้วย) ต้องการความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย อยู่ในเพิงถ้ำ บนคาคบไม้ จริง ๆ แล้วระดับหน้าต่างตามปกติจากพื้นห้องก็คือ 0.90 เมตร ระดับพื้นบ้านชั้นเดียวอย่างน้อยจะยกสูงจากพื้นดิน 0.6-1.20 เมตร เป็นปกติ เมื่อรวมกับระดับหน้าต่างแล้วจะเท่ากับ 1.50-2.10 เมตร  ซึ่งจะพ้นสายตาระดับปกติ นอกจากนี้ ระบบประตูหน้าต่างและการตกแต่งด้วยม่าน (บังตา) ก็ช่วยได้มากในความรู้สึกปลอดภัยจะเห็นว่าความรู้สึกนี้สามารถสร้างขึ้นมาได้ และเป็นจริงได้ในเชิงปฏิบัติ

สถาปนิกที่เข้าใจจุดอ่อนในกรณีนี้ จะออกแบบห้องนอนให้ยกระดับสูงขึ้นมาจากระดับพื้นห้องอื่น ในระดับของบ้านชั้นเดียวเล่นระดับ นอกจากจะช่วยความรู้สึกเป็นสัดส่วนแล้ว ยังทำให้ลีลาของตัวบ้านสวยงามน่าสนใจขึ้น (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของสถาปนิกแต่ละคน) จึงขอสรุปตัดบทตรงนี้ก่อนว่า บ้านชั้นเดียวนั้นสามารถสร้างความรู้สึกปลอดภัยทั้งในเชิงจิตวิทยาและในเชิง ปฏิบัติด้วยรูปแบบและวิธีการต่าง ๆมากมาย ขึ้นอยู่ว่าท่านเจ้าของบ้านจะเป็นคนหัวสมัยใหม่ ใจกว้าง และยอมรับเหตุผลในการที่จะรับวิธีและรูปแบบต่าง ๆ นั้นได้มากน้อยแค่ไหน จนเดี๋ยวนี้ผมก็ยังรู้สึกว่า บ้านที่มีลีลา มีพื้นที่ มีบรรยากาศใช้สอยดี ๆ มีรูปลักษณ์เก๋แปลกตา แตกต่างจากบ้านทั่วไปนั้น มักจะเป็นบ้านของสถาปนิกเสียเอง คนอื่น ๆ ดูก็จะบอกว่าแปลก พิลึก หรือไม่เข้าใจ และพานไม่ยอมรับเอาง่าย ยังไม่ได้ศึกษาวิจัยว่าเกิดอะไรแต่ก็เชื่อว่าพื้นฐานทางศิลปะและเทคโนโลยี ประยุกต์ของประเทศเรานั้นยังน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ความคิดเห็นและโลกทัศน์จึงอยู่ในวงจำกัดที่สามารถหากรอบอ้างอิงได้ง่าย

ความร้อนจากหลังคา

อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย

ความร้อนจากหลังคา : มีผลโดยตรงต่อบ้านชั้นเดียว เรื่องนี้เป็นสภาวะปกติ แต่ด้วยเทคโนโลยีและวัสดุก่อสร้าง (กันความร้อนในปัจจุบัน) ช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากแล้ว เช่นเดียวกับการวางผังอาคารให้รับลมหลบแดด ก็มีส่วนช่วยได้เป็นทวีคูณ ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้สำหรับการออกแบบของสถาปนิกตั้งแต่ดึกดำ บรรพ์จวบจนปัจจุบันและในอนาคต (หากสงครามโลกครั้งที่ 3 ไม่เกิด และโลกเราไม่สูญเสียบรรยากาศไปเสียก่อนด้วยมลภาวะจากฝีมือมนุษย์)

ถึงตรงนี้ นึกถึงการสะท้อนความร้อนจากพื้นหรือถนนภายในบริเวณที่ดินเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งจะทำให้ห้องต่างๆ ร้อนนั่นเอง กรณีนี้เป็นกับอาคารแทบทุกประเภท สำหรับบ้านชั้นเดียวจะได้รับผลกระทบมากหน่อย เพราะไม่มีชั้นบนสำหรับหลบเลี่ยง ดังนั้น การหลบเลี่ยงก็คือการออกแบบหลังคาคลุมบริเวณลาน เฉลียง ระเบียง การออกแบบผนังห้องให้ไม่รับแสงสะท้อนหรือสามารถกันแสงสะท้อนได้โดยตรง ถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึงหลังคาทรงจั่วที่มีความลาดเอียงลงมาก มีข้อสังเกตว่า เชิง่ชายจะยื่นต่ำลงมาเกะกะ กรณีนี้คงต้องพิจารณากันในเชิงปฏิบัติว่า “เราคงไม่ออกแบบความสูงของระดับพื้นและตัวบ้านให้เกิดปัญหาดังกล่าว” เพราะสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของการออกแบบเพื่อ “แก้” ปัญหา ไม่ใช่ “สร้าง” ปัญหา

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ  : bestroomstyle