กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่

Home / เทคนิคเรื่องบ้าน / กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่

วันนี้ Decor.Mthai มีความรู้ดีๆ เรื่อง กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่ มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ กระจกเทมเปอร์ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่ากระจกนิรภัยนั้นเอง กระจกประเภทนี้เวลาแตกจะแตกเป็นเม็ดๆ จะไม่เป็นอันตรายเวลาแตกนะคะ

กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่

กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่ขอบคุณภาพ : sctncodotcom.wordpress.com

กระจกเทมเปอร์คืออะไร

กระจกเทมเปอร์ : กระจกที่ได้จากการนำกระจก FLOAT ไปผ่านกระบวนการทำเทมเปอร์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง โดยใช้หลักการเดียวกับการทำคอนกรีตอัดแรง คือการสร้างให้เกิดชั้นของแรงอัดขึ้นที่ผิวกระจกเพื่อต้านแรงจากภายนอก โดยการให้ความร้อนกับกระจก ที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดอ่อนตัวของกระจกเล็กน้อยที่ประมาณ 650°C – 700°C และทำให้ผิวกระจกเย็นตัวอย่างรวดเร็ว โดยการใช้ลมเป่าให้เย็นที่กระจกทั้งสองด้าน ผลของความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างผิวนอกกับส่วนกลางเนื้อในของแผ่นกระจก จะทำให้เกิดเป็นชั้นของแรงอัดขึ้นที่ผิวนอกของแผ่นกระจกทั้งสองด้าน โดยจะประกบชิ้นส่วนกลางเหมือนลักษณะแซนด์วิช และชั้นที่ผิวนี้จะช่วยต้านแรงจากภายนอก ทำให้เกิดแรงกระทำที่สมดุลย์กัน  การแตกของกระจกเทมเปอร์ จะแตกกระจายออกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด และมีความคมน้อย กระจกเทมเปอร์ไม่สามารถนำมาเจาะ เจียร บาก หรือแปรสภาพได้

คุณสมบัติเฉพาะของกระจกเทมเปอร์

กระจกเทมเปอร์ขอบคุณภาพประกอบ : แม่ก้อย ยูสเซอร์จาก pantip

1. ค่าความแข็งแรงต่อแรงดึง และแรงที่ทำให้หักงอ เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง กระจกธรรมดากับกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ที่ความหนา 5 มม. กระจกธรรมดามีค่าความแข็งแรงต่อแรงดึง และแรงที่ทำให้กระจกหักงอ 500- 600 กก./ซม.2 ส่วนกระจกนิรภัยเทมเปอร์มีค่าสูงถึง 1,500 กก./ซม.2
2. การต้านทานน้ำหนัก คือแรงที่มากระทบและแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี
3. ความปลอดภัย คือลดอันตรายที่เกิดจากกระจกนิรภัยเทมเปอร์บาด เพราะการแตกของกระจกดังกล่าวจะแตกกระจายออกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด และมีความคมน้อย
4. การต้านทานความร้อน ( Heat Resistance) คือความทนทานของกระจกต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลัน

กระจกเทมเปอร์เหมาะกับการนำมาตกแต่งส่วนไหนได้บาง

1. ใช้เป็นประตูบานเปลือย ฉากกั้นอาบน้ำ ผนังกั้นภายใน ผนังกระจกทั้งสองหน้า และ ภายในตัวอาคารได้
2. ใช้ทำเป็นตู้โทรศัพท์ ห้องโชว์ ตู้สินค้าอัญมณีที่ต้องการความโปร่งแสง แต่ทนต่อแรง กระแทก
3. ใช้ทำเป็นกระจกงานเฟอร์นิเจอร์ เช่น ชั้นวางของ ชั้นโชว์สินค้า
4. ใช้ทำเป็นหน้าต่าง ผนังอาคาร ผนังกระจกของอาคารในบริเวณที่เผชิญกับความร้อน สูงกว่าปกติ
5. นิยมนำมาใช้ติดตั้งในห้องครัว หน้าเตาไฟ เพราะทนความร้อนได้ดี และใช้เป็นท็อปเคาท์เตอร์ครัว เนื่องจากง่ายต่อการทำความสะอาด

ข้อควรระวังในการใช้งาน

05ขอบคุณภาพประกอบ : แม่ก้อย ยูสเซอร์จาก pantip

1. กระจกนิรภัยเทมเปอร์ไม่สามารถตัด เจาะ เจีย บาก ได้ หลังการผลิตเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ดังนั้นการวัดพื้นที่ จำเป็นต้องวัดอย่างระมัดระวัง และควรใช้หน่วยมิลลิเมตรในการวัดเพื่อความแม่นยำ การเผื่อหลวมจะช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น แต่ต้องไม่หลวมจนกระจกหลุดจากคิ้ว
2. ไม่ควรใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์เดี่ยวๆ เป็นหลังคา เป็นผนังภายนอกอาคารบริเวณชั้นสูงๆ เพราะหากกระจกแตก กระจกจะร่วงลงมาโดนคนที่อยู่ข้างใต้ได้
3. ไม่ควรใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์เดี่ยวๆ เป็นพื้นอาคาร เป็นพื้นสำหรับเดิน หรือเป็นขั้นบันได เพราะหากกระจกแตก ผู้เดินอยู่จะพลัดตกลงมาได้ รวมทั้งอาจเกิดอันตรายต่อผู้อยู่ด้านล่างเช่นกัน
4. ห้ามใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์ทดแทนกระจกกันไฟ เพราะกระจกนิรภัยเทมเปอร์ไม่สามารถกันไฟเพื่อความปลอดภัยต่อผู้อาศัย ตามข้อกำหนดของการกันไฟได้

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้กระจกเทมเปอร์แตกเอง

กระจกนิรภัยเทมเปอร์ : มีโอกาสแตกด้วยตัวเอง หากกระจกที่เป็นวัตถุดิบมีการปนเปื้อนสารประกอบนิเกิ้ลซัลไฟล์ (NiS) ในกระบวนการผลิตกระจกโฟลท โดยมีอัตราการแตกด้วยตัวเองเฉลี่ยประมาณ 8-10 แผ่นใน 1,000 แผ่น ถ้าอยากรู้ว่ากระจกเทมเปอร์แตกด้วยตัวเองหรือไม่ สามารถสังเกตว่ากระจกแตกด้วยตัวเองหรือไม่ โดยดูที่จุดศูนย์กลางของการแตกว่ามีเศษกระจก 2 ชิ้นติดกันเป็นชิ้นใหญ่กว่าชิ้นอื่นๆ หากมีลักษณะดังกล่าวแสดงว่ากระจกแตกด้วยตัวเอง

เรียบเรียงโดย : ส้มจี๊ด