บอกหมดเปลือก! วิธี ทำความสะอาดบ้าน หลัง น้ำท่วม อย่างไร ให้ปลอดภัยและถูกวิธี

Home / เทคนิคเรื่องบ้าน / บอกหมดเปลือก! วิธี ทำความสะอาดบ้าน หลัง น้ำท่วม อย่างไร ให้ปลอดภัยและถูกวิธี
ทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม น้ำท่วม บ้าน เชื้อรา เฟอร์นิเจอร์

ฝนตก พายุเข้า น้ำท่วม กลายเป็นปัญหาที่เราเริ่มหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปีนี้ไทยเราวัดใจกันน่าดู เมื่อน่าน เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก  และพื้นที่บางส่วนใน กรุงเทพมหานคร ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วยเช่นกัน มากบ้าง – น้อยบ้าง ตามแต่ระดับความสูงของพื้นที่กันไป สำหรับบ้านหลังไหนที่น้ำลดแล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ และขั้นต่อไปก็ต้องลงมือเก็บกวาด ทำความสะอาดบ้าน กันล่ะ อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งเข้าไปในบ้านนะคะ ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้

น้ำท่วมบ้าน

เตรียมพร้อมก่อนเข้าบ้าน

– เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อาทิ แว่นตาช่าง, หน้ากากกรองฝุ่น, ผ้าปิดปากปิดจมูก, ถุงมือยาง, รองเท้าบูท, ไฟฉาย และหมวกนิรภัย

– จากนั้นแต่งกายให้พร้อมก่อนเข้าไปในตัวบ้าน สิ่งสำคัญคือห้ามประมาทและอย่าเข้าไปคนเดียว ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน และต้องมีคนรออยู่ด้านนอก เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น

อุปกรณ์ทำความสะอาด

ขั้นตอนก่อนเข้าไปยังตัวบ้านให้ปฏิบัติ ดังนี้

1.ก่อนเข้าไปในตัวอาคารบ้านเรือน ให้เดินดูบริเวณรอบ ๆ บ้านก่อน โดยสำรวจพิจารณาดูโครงสร้างที่อาจจะเสียหายเป็นอันตรายก่อนตัดสินใจที่จะเข้าไป

2.ระวังเรื่องสัตว์มีพิษต่าง ๆ ที่อาจหนีน้ำเข้าไปอาศัยอยู่ในตัวบ้าน

3.สังเกตดูรอยร้าว หรือการบิดตัวของโครงสร้างก่อนตัดสินใจเข้าไป

4.ตรวจดูที่จัดเก็บถังแก๊ส มองหาสิ่งผิดปกติที่อาจจะมีการรั่วซึม

5.ตรวจสอบการจ่ายไฟให้แน่ใจว่า ไฟฟ้ายังไม่ได้จ่ายกระแสเข้าไปในบ้าน โดยการดูที่คัตเอาท์ว่ายังมีการสับสวิตช์ลงอยู่หรือไม่

6.เปิดประตูให้เกิดการถ่ายเทอากาศ อย่าเหยียบเข้าบ้านทันที ให้สังเกตพื้นบ้าน ลองค่อย ๆ ใช้เท้าทิ้งน้ำหนักเพื่อทดสอบก่อน

7.สังเกตดูเพดานว่ามีการอมน้ำ แอ่นท้องช้าง หรือมีคราบน้ำอยู่หรือไม่ เพราะเพดานอาจพังทลายลงมาได้เมื่อมีการเคลื่อนไหวให้ระมัดระวัง

น้ำท่วมบ้าน

จัดพื้นที่เก็บขยะ

1.แน่นอนว่าจะมีขยะทั้งของบ้านเราเองและบ้านคนอื่น เลือกที่พักขยะหรือที่แขวนถุงขยะ เพราะสิ่งที่ลำบากที่สุดหลังน้ำลดก็คือปริมาณขยะมากกว่าคนจะมาเก็บขยะ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลา

2.เรียงลำดับ แยกประเภทขยะ  ทิ้งขยะที่จะเน่าได้ก่อน เช่น เศษอาหาร ส่วนขยะบางประเภทเก็บไว้ในบริเวณบ้านก่อนได้แล้วค่อยทยอยทิ้งทีหลัง เช่น โฟม พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ที่พังเสียหาย ส่วนขยะอันตราย จำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดไฟ (ที่ยังไม่แตก) ควรคัดแยกไว้ต่างหาก แล้วหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมเป็นลำดับถัดไป

การทำความสะอาดตามโซนพื้นที่ของบ้าน 

1. พื้นที่ด้านนอก ประกอบไปด้วย พื้น กำแพง สวน เป็นพื้นที่โดนน้ำและแสงแดดมาก อาจมีการเกิดตะไคร่ได้ง่าย การทำความสะอาดก็ทำได้ง่ายกว่าพื้นที่ด้านใน เพราะสามารถขัดหรือล้างแบบเปียกได้ ไม่ต้องกลัวจะชื้นหรือเปียกเฟอร์นิเจอร์ ทำให้การทำความสะอาดไม่ต้องระมัดระวังมากนัก และยังเป็นพื้นที่โดนแสงแดดได้ดี อากาศและลมถ่ายเทสะดวก การสะสมของความชื้นและเชื้อโรคจะน้อยกว่าพื้นที่ด้านใน

2. พื้นที่ด้านใน ประกอบไปด้วย พื้นและผนัง หากน้ำขังก็จะซึมผ่านปูน ผ่านพื้น และสะสมความชื้นอยู่ด้านใน หากทาสีเลย สีก็จะร่อน หากไม่ดูแลดีๆ ก็จะอับชื้นและเป็นเชื้อราได้ง่าย การทำความสะอาด ก็ทำได้เฉพาะผิวด้านนอก ทั้ง กำแพงและพื้น พวกคราบน้ำ หรือสิ่งสกปรก เท่านั้น หากไม่คิดมากเพราะว่าเปียกจากน้ำท่วมอยู่แล้วก็ขัดล้างทำความสะอาดแบบเปียกเลยจะให้ผลที่ดีกว่า ไม่ควรทาสีทับทันทีเพราะความชื้นจะสะสมอยู่ด้านในและเป็นเชื้อราได้

ปัญหาอับชื้นต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู ควรเปิดหน้าต่าง ประตู และช่องแสงต่างๆให้ ความร้อนจากแสงแดด และ ลม ช่วยพัดพาความชื้นออกไป

3. เฟอร์นิเจอร์ แบ่งหมวดตามประเภทออกเป็น

วัสดุจากผ้า : หลังน้ำลดให้รีบนำไปซักล้าง และตากแดดให้แห้งสนิท ย้ำ! ต้องแห้งสนิทเนื่องจากความชื้นจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียได้อย่างดี ทำให้ผู้อยู่อาศัยเจ็บป่วยตามมาได้ ทั้งโรคผิวหนังและโรคระบบทางเดินหายใจ

วัสดุจากไม้ : โดยธรรมชาติของไม้จะดูดซึมสะสมความชื้น และ สิ่งสกปรกได้ง่าย และ ยากต่อการทำความสะอาด หลังน้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้อาจบวม แตก หรือ มีเชื้อราขึ้น ได้ หากเสียหายเล็กน้อยยังพอซ่อมแซมได้ แต่ถ้ามากกว่านั้น ตัดใจทิ้งเถอะค่ะ

เครื่องใช้ไฟฟ้า : ส่งซ่อม หรือ ตัดใจทิ้ง ตามสภาพ

ทำความสะอาดให้ถูกจุด จากสาเหตุของปัญหา 

1. ความชื้น – เป็นต้นเหตุของทุกปัญหา พอชื้นปุ๊บ สะสมเชื้อโรค เกิดเป็นเชื้อรา เกิดจุลินทรีย์ เกิดกลิ่นเหม็น มีคราบสกปรก และอีกมากมาย ดังนั้น ต้องกำจัดให้ได้มากที่สุดครับ ง่ายที่สุดคือ…

: เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม เปิดประตู เปิดทุกอย่างที่เป็นไปได้ ให้อากาศและลมถ่ายเทพัดพาเอาความชื้นออกไป หากเป็นวันแดดจัดจะดีมาก แต่ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศ จะดูดเอาความชื้นและเชื้อโรค ไปติดในตัวเครื่อง และต่อไปอากาศจากเครื่องปรับอากาศจะไม่สะอาด ทำให้เกิดโรคและภูมิแพ้ได้

เป่าพัดลม

: เครื่องทุ่นแรง – ที่ใช้ได้จะเป็นพวกเครื่องเป่าลมหอยโข่ง ถ้ามีลมร้อนด้วยจะดีมาก

: สามารถใช้ กากใบชาแห้ง กากกาแฟแห้ง หรือถ่าน ดูดความชื้นได้

เชื้อรา

2. เชื้อโรค เชื้อรา ต่างๆ – เกิดจากความชื้นและสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ ทำให้เกิดการสะสมและรวมตัวกัน เป็น เชื้อโรค เชื้อราต่างๆ มีผลร้ายต่อร่างกายหากสูดดม หรือ สัมผัสเป็นเวลานานๆ

สามารถทำความสะอาดได้ 4 วิธี ดังนี้

: ใช้คลอรีน ผสม 1 ต่อ 500 หรือ 1000 ส่วน เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ
:  ใช้น้ำส้มสายชู เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ
: ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราต่างๆ
: หลังจากนั้นประมาณ 10-20 นาที เช็ดถูทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป

3. กลิ่นเหม็น – หลังจากกำจัดความชื้นและ เชื้อโรค เชื้อราต่างๆ ไปแล้ว กลิ่นเหม็นจะเบาบางลงไป แต่กลิ่นที่ยังสะสมอยู่ในท่อน้ำหรือพื้นที่อับชื้นเช่น ห้องน้ำ ควรใช้น้ำหมักชีวภาพ EM แล้วราดลงพื้นหรือฉีดพ่น ช่วยกำจัดกลิ่นได้ การออกฤทธิ์จะช้าแต่ได้ผลดี ไม่ควรใช้น้ำยาที่ผสมน้ำหอมราดเพราะจะทำให้กลิ่นเหม็นยังคงอยู่และอาจรุนแรงขึ้นได้

4. คราบสกปรก – กำจัดคราบต่างๆโดยใช้น้ำยาทำความสะอาด และเช็ดถู หรือขัด ตามปกติ หากพื้นที่กว้างสามารถใช้เครื่องขัดพื้นช่วยได้ สำหรับพื้นที่ด้านนอกสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงร่วมกับน้ำยาจะทำความสะอาดได้เร็วขึ้น (ดูในหมวดการทำความสะอาด)

น้ำท่วม
การทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ หลัง น้ำท่วม 

1. พื้น

ด้านนอกอาคาร ทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้าง การขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถ ล้างแบบเปียกได้แล้วทิ้งให้แห้ง สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาด

ด้านในอาคาร เช็ดทำความสะอาด หากคราบฝังแน่น ขัดด้วยแปรงหรือแผ่นขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาดเพื่อทำความสะอาด

*หมายเหตุ หากพื้นที่กว้างสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือเครื่องขัดพื้น ช่วยทำความสะอาดจะลดเวลาทำงานได้มาก

พื้นไม้ สะสมความชื้นสูง ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาด ล้าง หรือเช็ดถู

พื้นพรม หากสะสมความชื้นสูง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า เพื่อความสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากไม่ชื้นมากให้ใช้เครื่องซักพรมทำความสะอาด หรือซักล้างด้วยแปรงขัดล้างทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำเพื่อดูดน้ำกลับ ระวังพรมบางประเภทไม่ทนต่อน้ำ กาวหรือขนพรมอาจหลุดได้

พื้นบ้าน

2. กำแพง

ด้านนอกอาคาร ทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้าง การขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถ ล้างแบบเปียกได้แล้วทิ้งให้แห้ง สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาด

ด้านในอาคาร เช็ดทำความสะอาด หากคราบฝังแน่น ขัดด้วยแปรงหรือแผ่นขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาดเพื่อทำความสะอาด แต่สีผนังอาจหลุด จะต้องแต่งใหม่

วอลเปเปอร์ เช็ดทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค

3. เฟอร์นิเจอร์

ตู้บิวท์อิน เช็ดถูทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค เปิดหน้าบานระบายความชื้น

เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ฉีดล้างทำความสะอาด นำตากแดด หากเป็น เฟอร์นิเจอร์ผ้าจะเปียกและสะสมความชื้นสูง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า เพื่อความสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากไม่ชื้นมากให้ซักล้างด้วยแปรงขัดล้างทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำเพื่อดูดน้ำกลับ

4. เครื่องใช้ต่างๆ

เครื่องครัว ต่างๆ แช่ทำความสะอาดในน้ำคลอรีนผสม หรือ แอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วนำไปแช่ในน้ำเดือดต้มทำความสะอาดอีกครั้ง

เครื่องเงินและโลหะ ต้มทำความ แช่ในน้ำเดือดต้มทำความสะอาด

ข้อควรจำ!!

: สวมถุงมือ รองเท้ายาง ผ้าปิดจมูก ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และการสูดดม สัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ

: ควรทำความสะอาด ฟื้นฟู ทันทีที่ทำได้ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะเชื้อโรคจะสะสมมาก คราบสกปรกจะฝังแน่นทำความสะอาดยาก

: ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพราะ เชื้อโรคจะสะสมในระบบได้ ควรใช้งานหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว

: เปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อลดความชื้นและอับ จะลดโอกาสเกิดเชื้อราและไม่สะสมเชื้อโรค

: ห้ามทาสีใหม่ทันที เพราะความชื้นสะสมที่กำแพง จะทำให้สีทาใหม่ลอกร่อนได้

: กำจัดความชื้น เชื้อรา ให้ได้มากที่สุด เพื่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ลดโอกาสเกิดโรคทางเดินหาย โรคปอด หอบหืด

ที่มาจาก  www.108clean.com