เลิกหงุดหงิด! ทำบ้านเสร็จตามกำหนด ด้วยการ วางแผน ปรับปรุงบ้าน ให้เหมาะกับ ฤดูกาล

Home / เทคนิคเรื่องบ้าน / เลิกหงุดหงิด! ทำบ้านเสร็จตามกำหนด ด้วยการ วางแผน ปรับปรุงบ้าน ให้เหมาะกับ ฤดูกาล

สำหรับผู้มองหาบ้านหรืออาคารมือสองเพื่ออยู่อาศัยหรือทำธุรกิจ  นอกจากการเลือกทำเลให้ถูกใจแล้ว  การปรับปรุงสภาพบ้านหรืออาคารให้สามารถใช้งานได้ดีก็เป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าของมือใหม่หลายคนรู้สึกเป็นกังวลไม่น้อย  ด้วยปัญหายิบย่อยมากมายที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการทำงาน  อาทิ  ทำหลังคาในฤดูฝนทำให้งานทุกอย่างเสร็จล่าช้า  เคลือบไม้ด้วยแล็กเกอร์แล้วออกมาขุ่น  หรือช่างฉาบทำงานช้าเพราะบ่นว่าร้อน  เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่พร้อมจะทำให้ระบบการทำงานทั้งหมดรวนกันไปเป็นทอด ๆ เพราะขาดการวางแผนเรื่องการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ  ครั้งนี้เราขอนำเสนอการ วางแผน ปรับปรุงบ้าน แบบฤดูต่อฤดู  นอกจากไม่ทำให้เจ้าของบ้านเสียเวลาแล้ว  ยังทำให้การทำงานไหลลื่นอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ

ซ่อมบ้าน

การปรับปรุงอาคารมักใช้เวลาตั้งแต่ขั้นตอนการสำรวจสภาพอาคารออกแบบ  ดำเนินการ  จนเสร็จสิ้น  ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 - 6 เดือนแล้วแต่ว่าจะปรับปรุงอะไรบ้าง

โดยพื้นฐานแล้วแบ่งออกเป็น 3 ประเภท  คือ
1. งานซ่อมแซม  หรือการคงสภาพอาคารเพื่อให้ใช้งานอาคารได้ต่อไป  อาจเกิดขึ้นเมื่อวัสดุหมดอายุหรือเกิดความเสียหาย และได้ซ่อมแซมตามแบบเดิมของอาคาร

2. งานปรับปรุง  มักเกิดขึ้นเมื่ออาคารมีการใช้งานที่เปลี่ยนไป  หรือต้องการปรับเปลี่ยนวัสดุให้ดีกว่าเดิม  หรือต้องการเปลี่ยนสไตล์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตามยุคสมัย

3. งานต่อเติม  ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ต่อจากอาคารหรือรื้อออกเพื่อใช้โครงสร้างเดิมในรูปแบบใหม่ก็อาจส่งผลกระทบกับอาคารเดิมได้  จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ

การปรับปรุงอาคารทุกประเภทต้องเริ่มต้นด้วยการพูดคุยเรื่องการออกแบบจากนั้นจึงเป็นการลงรายละเอียดในการก่อสร้าง  เพื่อให้การทำงานราบรื่นมากที่สุดลองไปดูกันว่างานประเภทไหนควรจะเริ่มในช่วงเดือนใด

ซ่อมบ้าน

 

ฤดูฝน
กลางเดือนพฤษภาคม - กลางเดือนตุลาคม   หลายคนคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะจะทำงานก่อสร้างใดๆ  จริงๆ แล้วการปรับปรุงไม่ได้มีแค่ขั้นตอนการก่อสร้างเท่านั้น  งานออกแบบและการวางแผนที่ดีก็มีส่วนช่วยให้การลงมือทำเป็นไปได้ด้วยความราบรื่น  ฤดูนี้จึงเหมาะกับการสำรวจสภาพอาคารและวางแผนการออกแบบปรับปรุงต่อไป

สำรวจสิ่งที่ต้องทำกับบ้าน  ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่สิ่งผิดปกติต่างๆ ของบ้านจะแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน  ไม่ว่าจะเป็นรอยรั่ว  รอยแตกร้าว  หรือสีลอกล่อนควรใช้เวลาในช่วงนี้สำรวจบ้านและจดบันทึกสิ่งที่ต้องซ่อมแซม  รวมถึงสิ่งที่อยากปรับปรุงเอาไว้

ออกแบบ  ถึงช่วงนี้จะไม่เหมาะกับการเริ่มก่อสร้าง  แต่ก็ควรมองหาสถาปนิกและเริ่มพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องทำ  เพื่อจะได้ใช้เวลาในการออกแบบและวางแผนการก่อสร้างได้อย่างเต็มที่

เลือกหาวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง  ควรเริ่มกำหนดสเป็คของงานก่อสร้างแต่เนิ่นๆ  การไปเดินดูวัสดุร่วมกับผู้ออกแบบจะทำให้เราได้ตัดสินใจในทุกรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านของเรา  ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาค่อนข้างมากเช่นกัน

ลงต้นไม้ใหญ่  ฤดูฝนเป็นช่วงที่เหมาะกับการตัดแต่งต้นไม้และลงไม้ใหญ่เนื่องจากต้นไม้จะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ในระหว่างช่วงกลางฤดู  หากมีแผนจะปรับปรุงสวนหรือตัดแต่งต้นไม้ในบ้านก็ควรทำในช่วงนี้เช่นกัน

ลงปูน

ฤดูร้อน
กลางเดือนกุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม

เก็บงานทำสี  ช่วงปลายฤดูหนาวที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนเป็นเวลาที่เหมาะกับการเก็บงานทำสี  ทั้งงานไม้ที่ชอบแดดแรงๆ  อากาศแห้งๆ  และเก็บสีผนังทั้งภายในและภายนอกบ้าน

งานถมพื้นและลงเข็ม  การลงเข็มขนาดตั้งแต่ 0.5 เมตรเป็นต้นไปจำเป็นต้องรอให้ดินยุบตัวตามธรรมชาติจนกระทั่งอยู่ตัวเสียก่อน  การถมที่ใหม่จึงควรทำในฤดูนี้และปล่อยให้ผ่านฤดูฝนไปก่อนก็เป็นอันใช้ได้

ซ่อมงานปูน

ฤดูหนาว  
กลางเดือนตุลาคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์
ช่วงนี้เหมาะกับการซ่อมแซมบ้านมากที่สุด  เพราะฝนหยุดตกแล้ว  สภาพอากาศก็ค่อนข้างเย็นสบาย  แต่จะลงมือซ่อมอะไรก่อน - หลัง ควรเริ่มต้นด้วยการเดินสำรวจให้ทั่วบริเวณบ้านทั้งภายในแลภายนอก  ดูว่ามีจุดใดที่เสียหายจากฟ้าฝนบ้าง  เช่น  มีน้ำรั่วซึมที่ฝ้าเพดาน  สีทาผนังโป่งพอง  จะได้แก้ไขได้ตรงจุด

แก้ปัญหารั่วซึมและแตกร้าว  เมื่อฝนผ่านพ้นไปก็ได้เวลาสะสางปัญหาบ้านรั่วซึมและแตกร้าวกันเสียที

จัดการงานหลังคา  จะเปลี่ยนวัสดุมุงหรือปรับปรุงหลังคาก็ควรทำในช่วงนี้เพื่อจะได้มีที่กันแดดกันฝนสำหรับจัดการงานอื่นต่อไป

ซ่อมงานปูนและงานกระเบื้อง  หากมีพื้นหรือผนังที่เป็นงานปูนหรือกรุกระเบื้องได้รับความเสียหาย  นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการซ่อมแซม

แก้ไขงานระบบ  ได้แก่  ระบบประปาและไฟฟ้า  ไม่ว่าจะเดินท่อหรือฝังผนังในเมื่อมีช่างจัดการกับงานปูนอยู่แล้ว  ก็สามารถทำงานระบบนี้ควบคู่กันไปได้เลย

ทำงานไม้  เช่น  กรอบวงกบ  ประตู  หน้าต่าง  หรือพื้น  เมื่องานปูนเสร็จสิ้นก็ถึงคราวเริ่มทำงานไม้และงานตกแต่งต่างๆ  อากาศเย็นๆ แห้งๆ ในช่วงนี้ทำให้สามารถทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาทั้งภายในและภายนอกบ้าน

หวังว่าคุณผู้อ่านคงเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรวางแผนการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านในช่วงเวลาใดของปี  แต่หากคุณต้องการความมั่นใจในการเลือกบ้านหรืออาคารมือสองที่มีคุณภาพ  ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนได้ค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจากนิตยสารบ้านและสวน

เรื่อง : “B.W.”
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน
คอลัมน์ : รู้ทีละนิด