ตู้เย็น ยืดอายุการใช้งาน เครื่องใช้ไฟฟ้า

7 พฤติกรรมควรระวังที่จะทำให้ ตู้เย็น เสียไวขึ้น

Home / เทคนิคเรื่องบ้าน / 7 พฤติกรรมควรระวังที่จะทำให้ ตู้เย็น เสียไวขึ้น

เวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านซักเครื่องมาก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายหรือผ่อนกันตั้งแพง เพราะฉะนั้นเราคงคาดหวังว่ามันจะสามารถใช้งานได้เป็นเวลานานและคุ้มค่าสมราคา ตู้เย็น ก็เช่นกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กลายเป็นเจ้าประจำที่ทุกครัวเรือนต้องมี ก็คงภาวนาให้มีอายุยืนนาน ทำความเย็นได้ดี และไม่มีปัญหาบ่อยๆ แต่รู้หรือไม่? ว่าคุณอาจทำพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ตู้เย็นนั้นเสียไวขึ้นกว่าอายุงานจริงอยู่อย่างไม่รู้ตัว และก่อนที่จะสายเกินแก้ ต้องรีบเลื่อนลงไปอ่านข้อควรระวังกันโดยด่วนแล้วล่ะค่ะ

7 พฤติกรรมควรระวังที่จะทำให้ ตู้เย็น เสียไวขึ้น

1.คุณไม่เคยทำความสะอาดกลไกภายใน

ตู้เย็น
กลไกภายในบางอย่างสามารถทำความสะอาดหรือระวังไม่ให้มันอุดตันได้ เช่น ท่อระบายน้ำเมื่อละลายน้ำแข็ง หากคุณไม่เคยสนใจที่จะละลายน้ำแข็งในช่องฟรีซอยู่เป็นประจำจนท่อนั้นอุดตัน เมื่อไฟดับหรือกลับมากดละลายน้ำแข็งอีกครั้ง น้ำที่ละลายก็จะไหลนองล้นออกจากท่อระบายและหยดไปด้านล่างตู้เย็นของคุณ และการรั่วนั้นจะนำไปสู่สัญญาณที่ต้องตรวจสอบเพื่อป้องกันการช็อตหรืออันตรายที่อาจจะตามมา รวมไปถึงอายุการใช้งานที่สั้นลงด้วย

2. คุณไม่เคยทำความสะอาดขอบประตูตู้เย็นเลยซักครั้ง
ตู้เย็น
บริเวณขอบยางประตูตู้เย็นคือจุดสำคัญที่คุณควรระวังไม่ให้มีจุดรั่วหรือฉีกขาด เพราะอากาศเย็นภายในที่กักเก็บไว้ภายในตู้เย็นก็อาจจะหลุดรอดออกมาตามรอยเหล่านั้นและทำให้การรักษาอุณหภูมิเป็นเรื่องยาก ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น เพราะฉะนั้นคุณจึงควรต้องทำความสะอาด เช็ดถูตรวจสอบไม่ให้คราบหรือเศษอาหารเข้าไปอยู่บริเวณขอบประตูอยู่เสมอ

3. คุณไม่ทำความสะอาดบริเวณคอยล์
คอยล์
รู้หรือไม่ว่าการทำความสะอาดบริเวณคอยล์เป็นประจำทุกปีจะลดอัตราการเกิดปัญหาของตู้เย็นได้มากถึง 70% และถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยง ก็ควรทำความสะอาดซักประมาณ 2 ครั้งขึ้นไปต่อปี เพราะซากสกปรกบนคอยล์จะขัดขวางกลไกการสร้างความเย็น ทำให้ตู้เย็นของคุณต้องทำงานหนักและนานขึ้นกว่าที่ออกแบบมา ส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสงสัย

4.คุณใส่ของในตู้เย็นอัดแน่นเกินไป
แช่ของ
แม้การใส่อาหารให้เต็มพื้นที่จะเป็นเรื่องปกติทั่วไปสำหรับการใช้ตู้เย็น แต่การอัดแน่นเกินลิมิตอาจก่อปัญหาให้กับตู้เย็นรุ่นเก่าๆ ที่มีใบพัด ทำให้ใบพัดไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและถ้าจะให้ดีก็ควรเคลียร์ตู้เย็น นำอาหารที่หมดอายุไปทิ้งอยู่เสมอ

5.คุณไม่เปลี่ยนที่กรองน้ำเลย
ที่กรองน้ำ
สำหรับตู้เย็นรุ่นที่สามารถกดน้ำดื่มและสร้างน้ำแข็งออกมาได้ หากคุณไม่เปลี่ยนฟิลเตอร์กรองน้ำเลย ก็อาจจะทำให้ฟิลเตอร์เก่าแตก อุดตัน หรือสร้างปัญหาจนฟีเจอร์นั้นไม่สามารถทำงานได้ไปเลย หากเสียหายน้อยหน่อยก็อาจจะหมายถึงตู้เย็นของคุณแค่ต้องทำงานหนักขึ้น แต่ถ้าโชคร้ายก็เตรียมเงินซื้อเครื่องใหม่กันได้เลย

6.คุณตั้งอุณหภูมิช่องฟรีซสูงเกินไป
ช่องแช่แข็ง
อุณหภูมิกับช่องแช่แข็งเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะใส่ใจ เพราะอุณหภูมิที่ไม่พอเหมาะอาจส่งผลต่อการทำงานของเครื่องทำน้ำแข็ง ต่อเนื่องไปจนถึงเรื่องการคงคุณภาพของอาหาร

7.คุณเมินเฉยกับเสียงแปลกๆ จากตู้เย็น
สัญญาณเตือน
หากตู้เย็นของคุณเริ่มส่งเสียงที่ไม่ปกติระหว่างการทำงาน หรือเสียงดังกว่าเดิมมาก อย่าเมินเฉยและคิดว่าอีกซักพักเสียงเหล่านั้นจะหายไปเอง เพราะเสียงอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาบางอย่างที่สามารถแก้ไขได้ง่ายหากเริ่มแก้ไขและตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และปัญหาเล็กน้อยนั้นมักจะไม่แพงมากนัก ก่อนที่จะลุกลามไปถึงปัญหาใหญ่ที่สายเกินแก้

ที่มา www.rd.com