เปิดตัว Shop แบรนด์บุลการี ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก

Home / ข่าวประชาสัมพันธ์ / เปิดตัว Shop แบรนด์บุลการี ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก

บุลการี แบรนด์อัญมณีชั้นสูงร่วมสมัยสัญชาติอิตาเลียนผู้เป็นเจ้าแห่งอัญมณีสีสันล้ำค่า ประกาศเปิดคอนเซ็ปต์บูติกโฉมใหม่ที่ได้รับการออกแบบโดยปีเตอร์ มาริโน สถาปนิกชื่อดัง เป็นครั้งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ -ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

เปิดตัว Shop แบรนด์บุลการี ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก

เปิดตัว Shop แบรนด์บุลการี ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก

คอนเซ็ปต์บูติกแห่งใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟล็คชิปสโตร์แห่งแรกของบุลการีบนถนน Condottiในกรุงโรม ที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่อย่างงดงามโดยยังคงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์สำคัญของแบรนด์ องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ปรากฏให้เห็นภายในพื้นที่แห่งใหม่นี้ คอนเซ็ปต์การสร้างสรรค์ของปีเตอร์ มาริโนคือการผสมผสานเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของบุลการีที่มีต้นกำเนิดจากแถบเมดิเตอร์เรเนียนและธรรมเนียมดั้งเดิมตามแบบฉบับชาวโรมันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงการนำสไตล์อิตาเลียนคลาสสิกไปสู่ความทันสมัยของยุคใหม่

ไอเดียหลักที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดคือการเลือกใช้หินอ่อนแบบโบราณและหินตามแบบฉบับของตึกสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันและแสดงออกผ่านทางการตกแต่งในรูปแบบเรขาคณิตทรงคลาสสิกที่ช่วยตีความให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้นโดยการเล่นล้อกันระหว่างนวัตกรรมใหม่และธรรมเนียมแบบดั้งเดิม ตัวอย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือฟาซาดทางด้านนอก ซึ่งเป็นการใช้หินอ่อนและหินทราเวอร์ทีนสีขาวและสีดำแอนทีคโดยมีเหล็กดัดสีทองลายใบไม้ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันและส่วนประกอบของหินอัญมณี (ตกแต่งเป็นลายฉลุ ‘Star Skin’) ส่วนกระจกดิสเพลย์ขนาดมหึมา 4 บานถูกขั้นด้วยตู้แสดงสินค้าตามแบบฉบับ Condottiอันเป็นเอกลักษณ์ถึงสองตู้ ซึ่งทำให้หวนนึกถึงตู้แสดงสินค้าแรกๆที่ยังคงมีอยู่ในแฟล็คชิปสโตร์แห่งแรกบนเลขที่ 10 ถนน Condottiในกรุงโรมในปัจจุบัน

unnamed (3)

เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย่างก้าวเข้าไปในปาลาซโซเก่าแก่สไตล์อิตาเลียน พื้นหินอ่อน TravertinoNavona สีขาวทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือน และตกแต่งล้อมรอบดาวแปดแฉกของ Condotti หนึ่งในซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ ในโทนสีแดงอมม่วง นอกเหนือจากหินอ่อนแล้ว ยังมีบริเวณที่เป็นพื้นไม้ปาร์เกต์วอลนัตสไตล์อิตาเลียนในแพทเทิร์นรูปดาว ซึ่งทำให้ดูสว่างเรืองรองราวกับบรรยากาศในอิตาลีอย่างไรอย่างนั้น

unnamed (4)

ภายในบริเวณโถงกลางหลัก เคาน์เตอร์ทรงรีสองอันเปรียบเสมือนเป็นการเชิญชวนผู้มาเยือนให้เดินชมร้านและชื่นชมคอลเลกชั่นระดับไอคอนต่างๆของบุลการี นอกเหนือจากนั้นแล้ว โคมไฟระย้าที่ทำจากแก้วคริสตัลมูราโน่ทรงรีสองอันจาก Vistosi (คอลเลกชั่น Ecos) ออกแบบโดยสตูดิโอ Renato Toso, NotiMassari&Associatiในเวนิซ) ทำให้ผลิตภัณฑ์และบรรยากาศภายในร้านดูสว่างสดใสขึ้น

การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสไตล์โบราณกับสไตล์ใหม่ และขนบธรรมเนียมดั้งเดิมกับนวัตกรรม อันสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของบุลการี ยังคงถูกแสดงออกผ่านทางการตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ และเพื่อเป็นการสดุดีแด่ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนแห่งยุค 50’s และยุค 60’s ปีเตอร์ มาริโนจึงเป็นผู้คัดสรรเฟอร์นิเจอร์ภายในพื้นที่ 270 ตารางเมตรแห่งนี้ด้วยตนเอง และได้ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนที่เคยมีส่วนร่วมกับมรดกตกทอดของบุลการีมาเป็นผู้สร้างสรรค์ด้วย อาทิ เคาน์เตอร์แสดงสินค้าโดย Carlo Scarpa, โต๊ะขายสินค้าโดย Franco Albiniหรือโต๊ะหินอ่อน Eros ที่ตั้งอยู่ใจกลางบูติกโดย Angelo Mangiarotti

unnamed (2)

ส่วนทางเข้าของโซน VIP ถูกปิดกั้นด้วยเหล็กดัดสีบรอนซ์ลาย Maglia Pantheon (หรือ Pantheon Mesh) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพื้นของวิหารโรมัน โดยได้เพิ่มลายดาวแปดแฉกอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของบุลการีเข้าไปด้วย สัญลักษณ์ระดับสากลแห่งความสมดุล ความกลมกลืน และระบบสุริยะอยู่ภายในเส้นแนวนอนแปดเส้นอัยเป็นสัญลักษณ์ของทิศต่างๆ (เหนือ, ใต้, ตะวันออก, ตะวันตก) และกาลเวลา (ช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตร 2 วันและวันอิควิน็อกซ์ 2 วัน) ตามตำนานแล้ว ดวงดาวนั้นหมายถึง ‘Roma Caput Mundi’ ซึ่งแปลว่า เส้นทางไปสู่กรุงโรม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดวงดาวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งพื้นภายในแฟล็กชิปสโตร์บนถนน Condottiในกรุงโรมของบุลการี และยังเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงบูติคบุลการีทั่วโลกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกด้วย

unnamed (1)

ห้องเลานจ์สุดหรูด้านในถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่จากแรงบันดาลใจของเสน่ห์แห่ง “Elizabeth Taylor Lounge” (หรือที่เรียกว่า “Salottino Taylor”) ในแฟล็คชิปบนถนน Condottiซึ่งบรรยากาศในช่วงปี 1960 นั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเก้าอี้พนักวินเทจที่ได้แรงบันดาลใจจาก Osvaldo Borsaniโต๊ะกาแฟหินโอนิกซ์ทรงรี และพรมผืนหนา เพดานภายในเลานจ์สูงขึ้นไปเป็นรูปโดมโดยมีผิวหน้าลาดชันเป็นขั้นบันได ซึ่งทำให้นึกถึงหลังคาของวิหารโรมัน และตกแต่งด้วยแสงไฟด้านหลังจากแก้วมูราโน่ ซึ่งทำให้นึกถึงแสงตกกระทบของดวงอาทิตย์ที่ทางเข้าตึกสไตล์โรมัน

เอกลักษณ์ของแบรนด์บุลการีถูกเสริมเติมแต่งอยู่ทั่วบริเวณบูติก ซึ่งทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแกลเลอรี่ศิลปะของบุลการีเลยก็ว่าได้ ตามกำแพงต่างๆตกแต่งด้วยภาพวาดวิจเทจของเซเลบริตี้ชื่อดังหลากหลายคน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นแฟนหรือแอมบาสเดอร์ของไลฟ์สไตล์แบบอิตาเลียนอันน่าตื่นตาตื่นใจของแบรนด์บุลการีด้วยกันทั้งสิ้น