ทุกอาชีพตื่นตัวหันมาให้ความสำคัญกับ หลอด LED

Home / ข่าวประชาสัมพันธ์ / ทุกอาชีพตื่นตัวหันมาให้ความสำคัญกับ หลอด LED

เดี๋ยวนี้จะเห็นได้ว่าทุกองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ รวมถึงเกือบทุกอาชีพเริ่มให้ความสำคัญเรื่องของแสงสว่าง กันมากขึ้น ไม่ว่าจะในที่ทำงานหรือรวมถึงบ้านพักที่อยู่อาศัยส่วนตัวก็ตามโดยวันนี้เราจะมากันย้ำกันอีกครั้งถึงข้อดีของหลอด LED ผ่านมุมมองของจักษุแพทย์ที่มีประสบกาณ์ยาวนานถึง 17 ปี อย่าง รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าศูนย์ตาธรรมศาสตร์ โดยท่านจะมาพูดคุยเกี่ยวกับ การเลือกใช้หลอดไฟแสงสว่างแค่ไหนที่เหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน และรวมถึงวิธีการดูแลถนอมดวงตากันค่ะ

ทุกอาชีพตื่นตัวหันมาให้ความสำคัญกับ หลอด LED

 รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าศูนย์ตาธรรมศาสตร์

A: คุณหมอคุ้นเคยหรือได้สัมผัสหลอด LED บ้างใหม
Q: ปกติคุ้นเคยกับหลอดไฟทั้ง3 ชนิดแต่ตัวหลอด LED ที่มีคนนิยมใช้งานมากขึ้นหลอด LED เป็นเทคโนโลยีใหม่ของหลอดไฟที่มีข้อดีของมันที่ให้แสงสว่างที่เยอะในจำนวนวัตต์ที่น้อยและอายุการใช้งานที่นาน แต่มีข้อจำกัดที่ราคาที่มีราคาแพงกว่าหลอดชนิดอื่น หลอด LED ที่เห็นนิยมใช้กันก็เป็นไฟสีขาว

A: ถ้าจะเลือกซื้อหลอดLED จะเลือกซื้อเพราะอะไร
Q:เรื่องของความประหยัดไฟ ค่าไฟที่ถูกลง อายุการใช้งานที่นานขึ้น

A: ดีขึ้นยังไงบ้าง
Q: ได้เคยคุยกับคนที่เขาได้เปลี่ยนมาใช้หลอด LED แล้วน้อยสุดมันประหยัดไฟกว่าแน่ๆ และอายุการใช้งานก็ยาวนานกว่า

A: แนะนำการใช้แสงสว่างที่เหมาะสมกับการทำงาน
Q: แสงที่เราเห็นอยู่ไม่ว่าแสงจากดวงอาทิตย์หรือแสงที่มาจากหลอดไฟจะเป็นแสงที่มี spectrum รวมของแสงที่เราเรียกว่าแสงสีรุ้ง มันก็จะมีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง หรือจริงแล้วแม่สีของแสงจะมีเพียงสามสีคือ สีเหลือง สีแดง สีเขียว แสงสีขาวเกิดจาการผสมสีของสามสี ซึ่งจริงๆแสงที่ใช้ในการทำงานในแง่ของความเข้มของแสงถ้าเราทำงาน เราควรจะอยู่ในที่ที่มีแสงกำลังดีเพราะว่าไม่ว่าจะแสงมากไปหรือน้อยไปก็เกิดอันต รายกับดวงตาทั้งนั้น ถ้าแสงน้อยไปธรรมชาติของดวงตาคนเราจะทำให้ม่านตาต้องขยายเพื่อเปิดรับแสงเยอะขึ้นซึ่งคนที่อ่านหนังสือหรือใช้สายตาในที่แสงน้อยก็จะมีอาการปวดตาเพราะว่ากล้ามเนื้อม่ายตาต้องทำงานหนัง

 รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าศูนย์ตาธรรมศาสตร์

A: ถ้าเราทำงานกับคอมพิวเตอร์ก็จะมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นไช่ใหม
Q: ถ้าแสงที่เข้าตาเยอะ ก็เหมือนเราถูกบังคับให้ไปอยู่กลางแดดที่รับแสงเพราะธรรมดาคนทำงานกลางแจ้งเราจะแนะนำให้ใส่แว่นกันแดดหรือหมวกมีปีก แต่เวลาเราอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็เหมือนเราทำงานกลางแจ้งอีกแบบหนึ่งเพราะเรา ก็ได้รับแสงอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้สึกร้อนเราเลยไม่ใส่หมวกหรือแว่นกันแดด ก็จะทำให้มีโอกาศเกิดในระยะยาวอีกหลายสิบปีข้างหน้ามีความเสี่ยงที่จะเกิดจอประสาทตาเสื่อมได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ต้องสัมผัสกับแสงที่จ้าในเวลานานๆ

A:การใช้แสงไฟที่เหมาะสมในที่มืดสำหรับการทำงาน ที่พักอาศัย การนอน
Q: แสงที่พอเหมาะในการทำงาน ถ้าแสงน้อยไปก็จะไม่เหมาะในแง่ที่ว่าม่านตาคนเราเหมือนกล้องถ่ายรูปย่อมเปิดม่านตากว้างเพื่อที่จะรับแสงเข้าไปพวกนี้จะมีอาการปวดตาง่าย ถ้าสังเกตุว่าคนใช้สายตาหรือทำงานในที่จะปวดตาง่ายเพราะว่ากล้ามเนื้อม่านตาต้องทำงานเยอะ ในขณะที่คนทำงานในที่แสงจ้าเยอะเกินไปก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดจอประสาทตาเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป เพราะฉะนั้นแสงที่เหมาะสมก็คงตอบยากก็คือต้องไม่มืดเกินไปและต้องไม่สว่างจน ทำให้รู้สึกแสบตาเพราะว่าอันนั้นแสดงว่าแสงเข้าไปสู่จอประสาทตามากกว่าที่ควร จะเป็น สำหรับเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแสงน้อยเกินไป เราจะรู้ได้เลยว่าเรารู้สึกว่าต้องใช้กล้ามเนื้อตาในการเพ่งมากขึ้นยกเหมือนเวลาปิดไฟแล้วเล่นโทรศัพท์มือถือจะรู้สึกได้เลยว่าเราเมื่อยตาเพราะว่ากล้ามเนื้อต้องขยายม่านตาเพื่อรับแสงเข้าไป ส่วนแสงที่สว่างมากเกินจะเป็นปัญหากับตาไม่เยอะเท่าแสงน้อยเพราะม่านตาของคนเราจะหุบปรับจำนวนแสงเหมือนกล้องถ่ายรูปเพราะฉะนั่นแสงก็จะเข้าตาได้น้อย แต่แสงที่สว่างเกินไปก็มีโอกาศที่ทำให้แสงทุกโทนรวมทั้งแสงสีฟ้าเข้าสู่ดวงตาได้เยอะขึ้น สำหรับแสงสว่างที่มากเกินไปก็สังเกตุได้ว่าเราจะรู้สึกแสบตา

A:การดูแลรักษาตาเบื้องต้นของคนวัยทำงาน
Q:จริงๆ ปัญหาการใช้คอมพิวเตอร์หรือ smartphone กับดวงตาเขามีคำเรียกเลยว่า computer vision syndrome ก็คือปัญหาของดวงตาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ยิ่งเดี๋ยวนี้การใข้ smartphone ยิ่งเป็นปัญหาเยอะกว่าคอมพิวเตอร์ซะด้วยซ้ำ ปัญหาที่เจอบ่อยๆ ก็คืออันแรกตั้งแต่การรู้สึกว่าตาแห้งไม่สบายตาเพราะพวกนี้จะกระพริบตาน้อย และยิ่งแสงจ้าก็จะยิ่งทำให้แสบตายิ่งขึ้นอันนี้ปกติจะแนะนำให้กระพริบตาบ่อยๆ และอย่านั่งทำงานในที่ลมพักแรงๆ ซึ่งจะยิ่งทำให้ตาแห้ง อันที่สองก็คือการปวดตา ปวดตามันขึ้นอยู่กับว่าเวลาเรามองใกล้จะทำให้เราเกิดการเพ่งของดวงตาเพราะฉะนั้นเมื่อเราทำงานในระยะที่ใกล้ติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะปวดตาแย่กว่านั้นคือเมื่อเราทำงานในที่ที่มีแสงสว่างน้อยม่านตาที่เหมือนกล้องถ่ายรูปเมื่อ แสงน้อยก็ต้องขยายม่านตาซึ่งทำให้กล้ามเนื้อที่คอยขยายม่านตาทำให้เหมือนเราต้องเกร็งกล้ามเนื้อตามากขึ้นก็จะทำให้รู้สึกปวดตาได้ง่ายกว่าส่วนในที่ที่แสงสว่างเยอะเกินไปกว่าที่ควรจะเป็นนอกจากจะทำให้รู้สึกแสบตาแสงที่เข้าไปสู่ดวงตาในความเข้มข้นที่เยอะเกินก็อาจะทำให้เกิดมีอันตรายกับตั้งแต่ เยื่อบุตา กระจกตา ไปจนถึงจอประสาทตา เลนส์ตา เพราะฉะนั้นข้อแนะนำก็คือสำหรับความเข้มของแสงก็ไม่ควรทำงานในที่มืดเพราะว่าจะทำให้ปวดตามากขึ้น และก็ไม่ควรจะทำงานในที่ที่แสงสว่างเยอะเกินไปหรือเปิดความสว่างหน้าจอมากเกินไปเพราะว่าแสงที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นแสงสีอะไรมันก็อาจจะเข้าสู่ดวงตามากขึ้นโดยเฉพาะแสงสีฟ้าที่อาจทำให้เกิดจอประสาทตาเสื่อมตอนอายุมากๆ ซึ่งคงจะไม่ได้ใช้ตอนนี้และจอประสาทตาเสื่อมตอนนี้แต่ “แสงสีฟ้าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุได้มากขึ้น” อันที่สามเพื่อลดการปวดตาจากการเพ่งแนะนำว่าทุกๆการทำงานทุก 45 นาทีควรจะมีการหยุดพักอย่างน้อย 5-10 นาทีเพื่อคลายการเพ่งของตาก็จะทำให้สามารถทำงานต่อได้โดยที่ไม่เกิดปัญหากับดวงตา

A:เรื่องเพิ่มเติมที่คุณหมออยากแนะนำ
Q:เรื่องของแสงในเด็กอยากจะแนะนำว่าไม่แนะนำให้เด็กปิดไฟเล่น smartphone เพราะว่าการปิดไฟเล่นจะยิ่งทำให้ม่านตาต้องขยายและรับแสงเข้าไปได้เต็มๆ ซึ่งควรจะต้องเปิดถ้าเด็กจะใช้ smartphone ก็ไม่ควรจะให้ไปแอบเล่นอยู่ในที่มืดควรจะต้องเล่นอยู่ในห้องที่มีความสว่างที่เพียงพอรวมทั้งหน้าจอก็ไม่ควรจะตั้งให้สว่างจนเกินไป ซึ่งจริงๆการใช้ smartphone ในที่มืดไม่ได้มีผลโดยตรงรวมทั้งที่มีคนลือว่าจะทำให้สายตาสั้นซึ่งมันก็ไม่ไช่เรื่องจริงทั้งหมด เขาเรียกว่าสายตาสั้นจริงกับสายตาสั้นเทียม เมื่อเด็กเพ่งนานๆ จะดูเหมือนสายตาสั้นแต่เป็นสายตาสั้นเทียมเกิดจากการเพ่งค้างของตา ก็ให้หยุดเล่นหรือไปให้คุณหมอตรวจจะรู้ได้ว่าไม่ไช่สายตาสั้น

 รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าศูนย์ตาธรรมศาสตร์

ต้องขอบคุณ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย มากเลยนะคะสำหรับข้อมูลดีๆ แบบนี้ที่นี้ก็น่าจะทราบกันแล้วนะคะว่า แสงมีผลอย่างไรบ้างต่อชีวิตคนเรา อย่ามองข้ามกันเด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นอาจจะประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรก็ได้คะ ดังนั้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเราควรหันมาใส่ใจเลือกใช้หลอดไฟ LED กันดีกว่า ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้หลอดไฟ LED มาให้ด้วยคะ โดยเป็นตารางเปรียบเทียบแสงสว่าง และปริมาณการกินไฟ ซึ่งเป็นประโยชย์มากๆ สำหรับเลือกใช้หลอดไฟให้เหมาะสมกับแต่ละสถานที่ รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ใช้อยู่ด้วยนอกจากจะได้แสงไฟที่เหมาะสมและยังช่วยประหยัดอีกด้วยคะ

unnamed (3)

unnamed (2)

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.philips.co.th

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือพูดคุยได้ที่ www.facebook.com/PhilipsLightingThailand