รับมืองูเข้าบ้านมาดู วิธีไล่งู ออกจากบ้านแบบง่ายๆ

Home / เรื่องทั่วไป / รับมืองูเข้าบ้านมาดู วิธีไล่งู ออกจากบ้านแบบง่ายๆ

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ วิธีไล่งู ออกจากบ้านแบบง่ายๆ กันค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน สัตว์มีพิษมากมายที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและอยู่ในร่ม เพราะฉะนั้นบ้านของเรา จึงเป็นทางเลือกที่เหล่าสัตว์มีพิษเหล่านี้เลือกที่จะเข้ามาอาศัยอยู่

วิธีไล่งู ออกจากบ้านแบบง่ายๆ

วิธีไล่งู

เรามาดูสาเหตุที่งูจะเข้ามาอาศัยในบ้านของเราก่อนเลยค่ะ

1. บ้านเป็นสถานที่ที่มี “อาหาร” ที่อุดมสมบูรณ์ ยิ่งบ้านถ้าบ้านไม่เป็นระเบียบปล่อยให้รก ยิ่งเป็นแรงจูงใจทำให้งูเลื้อยเข้ามาในบ้านเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

2. ลักษณะบ้านเป็นที่ “ปลอดภัย” สำหรับงู ยิ่งถ้าบ้านของคุณไม่มีสุนัขยิ่งแล้วใหญ่ งูจะไม่มีศัตรูยิ่งทำให้งูรู้สึกปลอดภัยไม่มีใครมาทำร้ายเขาให้ถึงแก่ชีวิตได้ หรือยิ่งถ้าบริเวณแถวนั้นมีน้ำท่วมขังด้วย งูจะหนีน้ำขึ้นมาอยู่ที่สูงๆ อย่างเช่น ชั้นสองของบ้าน

3. บ้านมี “ที่อยู่” เหมาะสมเพียงพอ ได้แก่ มีที่หลบซ่อนตัว หลับนอน หลบภัย วางไข่ เช่น ใต้ถุนบ้าน บ้านที่มีฝ้าเพดาน ฯลฯ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับงู นับตั้งแต่อุณหภูมิอบอุ่นจากดินหรือแสงแดด พื้นผิวที่ไม่ระคายเคือง ไม่มีกลิ่นและเสียงรบกวน

ข้อควรปฏิบัติเมื่องูเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว 

งู

1. สังเกตและแยกแยะประเภทของงูก่อนเลยว่าเป็น งูมีพิษหรือไม่มี โดยสังเกตง่ายๆ ที่ หัวของงู หากลักษณะเป็น สามเหลี่ยม นั้นคืองูมีพิษ แต่หาก มีลักษณะ มนกลม จะเป็น งูไม่มีพิษ ซึ่งบ้านเรามีอยู่ชัดๆ เจอบ่อยๆ 2 ประเภทคือ งูเหลือม งูหลาม กับ งูเห่า ซึ่งแยกค่อนข้างชัด โดยที่งูเหลือม และ งูหลามเป็นงูไม่มีพิษแต่มีอันตรายโดยการรัดเหยื่อ ส่วนงูเห่ามีแม่เบี้ยแผ่ให้เห็นชัดเจน ทำร้ายโดยการกัดและปล่อยพิษ ฉะนั้นการหลบหลีก หรือจับก็จะแตกต่างกัน และต้องได้รับการฝึกฝนเป็นการเฉพาะ

2. ไม่ควรใช้วิธีไล่งู เพราะถึงจะไล่ได้ในวันนี้วันอื่นๆ มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม งูจะพุ่งฉกหรือกัดเหยื่อที่เคลื่อนไหวฉะนั้นหากเผชิญกับงูให้อยู่นิ่งๆ แล้วเคลื่อนไหว หรือถอยฉากหนีอย่างช้าๆ โดยจับตาดูการเคลื่อนไหวของงูไว้ เพื่อหลบหลีกและควรอยู่ในระยะที่ปลอดภัย

3. เฝ้าสังเกตว่า งูยังอยู่ที่เดิมหรือมีทิศทางการเคลื่อนไปในทิศทางใด เพื่อกันการหลบหนีของงูตัวนั้น

4. กันสมาชิกในบ้านให้อยู่ห่างมันไว้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมาเอาไว้ให้ห่าง เพราะอาจโดนฉกหรือทำร้ายได้

5. เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน เพราะมนุษย์นั้นไม่ใช่เหยื่อโดยธรรมชาติของงู หากเราไม่ทำร้ายงูก่อน งูก็จะหลีกเลี่ยงไม่ทำร้ายมนุษย์เช่นกัน

6 . โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือ ที่ 199 ดับเพลิงและกู้ภัย

วิธีไล่งู 

งู

1. งู ที่กลัวเชือกกล้วยจะมีก็เฉพาะงูเหลือมเท่านั้น ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้ว ส่วนงูพิษยังไม่มีรายงาน การเลี้ยงสุนัข หรือห่านเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุด

2. ใช้ สารเคมีที่มีกลิ่นฉุน เช่น น้ำมันก๊าด ให้ฉีดพ่นหรือราดรอบๆ บริเวณที่ไม่ต้องการให้มีงูอยู่ และควรฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดในช่วงที่ไม่มีเด็กๆ อยู่ เพราะงูจะออกมาจากที่หลบซ่อน วิธีนี้เคยใช้จัดการกับงูเห่ามาแล้วใช้ได้ผลดีทีเดียวค่ะ

3. ใช้ผงกำมะถันผสมน้ำ แล้วราดบริเวณรอบบ้าน แต่วิธีนี้ต้องทำบ่อยๆ  อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะกำมะถันเจือจางแล้วงูก็เข้าอีก

4. เรื่องของงูมีข้อแนะนำนิดหนึ่ง คือถ้าหากเผชิญหน้ากับงูโดยบังเอิญให้เรานิ่งๆ อย่าขยับ เพราะงูสายตาไม่ค่อยดีแต่ประสาทสัมผัสเป็นเยี่ยม ดังนั้นเขาจะโจมตีเป้าที่มีการเคลื่อนไหว ถ้าเราอยู่เฉยๆ สักพักพอเขาไม่เห็นว่ามีอันตรายหรือไม่มีอะไรเคลื่อนไหว เขาก็จะลดแม่เบี้ยแล้วก็เลื้อยหนีไปเองค่ะ

สุดท้ายคือเรามาดูวิธีป้องกันงูเข้าบ้านกัน

1. อย่า ให้บ้านเราเป็นแหล่งรวมอาหารของงู เช่น กำจัดหนูโดยการดัก เบื่อ และจัดบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่รกรุงรัง

2. ทิ้งขยะให้เป็นที่และมิดชิดเพื่อไม่ให้หนูกิน เมื่อประชากรหนูลดลง งูก็จะลดลงตามไปด้วย

3. ท่านใดที่ชอบเลี้ยงสัตว์ก็ควรเลี้ยงสัตว์ที่เป็นศัตรูกับงูเพื่อไว้ไล่งู เช่น เลี้ยงหมา แมว ห่าน เป็นต้น ฯลฯ

4. ลดแหล่งที่อยู่ จัดสภาพแวดล้อมให้ยากและไม่เหมาะสมแก่งูที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ หรือทำรังวางไข่ อย่าทิ้งพื้นที่ให้รกซึ่งจะเป็นแหล่งให้งู สามารถหลบซ่อนได้เช่น การอุดรู ใส่ตะแกรงท่อระบายน้ำ หรือทุกเส้นทางที่จะเข้าไปในตัวบ้านกลบหลุมหรือ โพรงที่มีตามสนามหรือขอบรั้ว กำแพง ตัดกิ่งไม้ที่พาดหรือใกล้ชายคาตัวบ้านหรือรั้ว กำแพง ฯลฯ

เราอาจจะไปทำร้ายแหล่งที่อาศัยของงู งูจึงไม่มีที่อยู่ ทำให้เกิดปัญหางูเข้าบ้านเรือน หวังว่าวิธีไล่งูที่เรานำมาเสนอวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ

ขอบคุณ : www.barascientific.com