นีโอคลาสสิก ประเทศไทย พระที่นั่ง พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งหินอ่อน พระที่นั่งอนันตสมาคม พระบรมรูปทรงม้า ภาพเขียนเฟรสโก สถาปัตยกรรม หินอ่อน อิตาลี เรอเนซองส์ โดม

ชมความวิจิตร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งหินอ่อน เพียงองค์เดียวในประเทศไทย

Home / เรื่องทั่วไป / ชมความวิจิตร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งหินอ่อน เพียงองค์เดียวในประเทศไทย

พระที่นั่งอนันตสมาคม ตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมรูปทรงม้าและพระที่นั่งวิมานเมฆ เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อพ.ศ.๒๔๕๐ โดยมีเจ้าพระยายมราชหรือนายปั้น สุขุม เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง ช่างออกแบบ วิศวกรและช่างเขียนภาพเป็นชาวอิตาเลียน ทั้งนี้มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน เป็นอาคารหินอ่อนสองชั้น ตัวอาคารเป็นอาคารหินอ่อนแบบเรอเนซองส์ ของประเทศอิตาลีและแบบนีโอคลาสสิก ภายนอกประดับด้วยหินอ่อน ซึ่งสั่งมาจากเมืองคาร์รารา ประเทศอิตาลี มีโดมสูงใหญ่อยู่ตรงกลางและมีโดมเล็กๆโดยรอบอีก ๖ โดม รวมทั้งสิ้นมี ๗ โดมซึ่งทำจากทองแดงล้วน แต่ต่อมาเกิดสนิมทำให้เห็นเป็นสีเขียวตามกาลเวลา นับเป็นพระที่นั่งหินอ่อนเพียงองค์เดียวในประเทศไทย

การ ก่อสร้างดำเนินมาถึงปีพ.ศ. ๒๔๕๓ ผ่านมาสามปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการก่อสร้างต่อ ตามพระราชประสงค์จนเสร็จในปีพ.ศ. ๒๔๕๘ ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้นแปดปี สิ้นค่าใช้จ่าย ๑๕ ล้านบาท ภายในพระที่นั่งบนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโก เป็นภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑-๖ แห่งราชวงศ์จักรี จำนวน ๖ ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพของนายซี. รีโกลีและศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี เพดานโดมด้านทิศเหนือเป็นภาพรัชกาลที่ ๑ ครั้นดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เสด็จกลับจากราชการทัพที่เขมร  (อนึ่งภาพเขียนเฟรสโกจะเขียนบนปูนเปียก ทำให้ภาพติดทนกว่าภาพที่เขียนบนปูนแห้ง ซึ่งแตกต่างจากภาพจิตรกรรมไทยที่นิยมเขียนแบบบนปูนแห้ง)

พระที่นั่งอนันตสมาคม

ด้านทิศตะวันออกเป็นภาพพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุปถัมภ์งานศิลปะ เพดานโดมด้านทิศตะวันตก เป็นภาพเหตุการณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับ เบื้องหน้าพระพุทธชินสีห์ แวดล้อมด้วยพระภิกษุและนักบวชต่างชาติศาสนนิกายต่างๆ ซึ่งได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ทั้งสองข้าง แสดงนัยแห่งพระราชจรรยา ที่ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาโดยไม่รังเกียจกีดกัน

เพดาน โดมด้านทิศใต้ของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระราชทานอภัยทานและทรงเลิกประเพณีทาส ในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง เพดานโดมทางทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับ ณ พระที่นั่งบุษบกมาลาที่มุขเด็จพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๔ ใต้โดมกลางเป็นโดมใหญ่ที่สุดมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงมีพระราชดำริก่อสร้าง พระที่นั่งอนันตสมาคม

ที่เพดานนับจากใต้โดมตลอดทั้งบริเวณท้องพระโรงกลาง มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” สลับกับ “วปร.” อันเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ พระที่นั่งอนันตสมาคมใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธี รัฐพิธีต่างๆ และเคยใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังจึงได้ย้ายการประชุมมายังรัฐสภาใหม่ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งนี้ นอกจากนี้เคยใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ปัจจุบัน พระที่นั่งอนันตสมาคม ปิดปรับปรุงอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป